
Luxury Japan 15
สายฝนที่โปรยปรายลงมาตลอดคืน ทำให้ผมนอนหลับอย่างมีความสุขที่ Gajyoen ทั้งๆ ที่เมื่อวานเพิ่งโดนฝนกลุ่มเดียวกันเล่นงานตอนเดินข้ามเกาะอาโอะเสียจนเปียกชุ่ม
สายฝนที่โปรยปรายลงมาตลอดคืน ทำให้ผมนอนหลับอย่างมีความสุขที่ Gajyoen ทั้งๆ ที่เมื่อวานเพิ่งโดนฝนกลุ่มเดียวกันเล่นงานตอนเดินข้ามเกาะอาโอะเสียจนเปียกชุ่ม ธรรมชาติยุติธรรมเสมอขึ้นอยู่กับว่าจะกระทบกับเราในด้านใดเท่านั้นเอง และเช้าวันนี้ฝนกลุ่มนี้ก็ยังให้ทั้งคุณและโทษกับคณะของเราอีกเช่นกันคือ เราจะออกสายขึ้นครึ่งชั่วโมงเพราะกำหนดการในเช้าวันนี้จะไปชมที่พักอีกแห่งหนึ่ง แต่เนื่องจากฝนตกไม่สามารถชมได้อย่างทั่วถึงจึงไม่มีความจำเป็นต้องออกเร็ว พวกเราก็เลยมีเวลาอาบน้ำแร่รอบเช้ากันอย่างสบายๆ แล้วถึงค่อยออกมาทานอาหารเช้า พอเดินลงมาผ่านครัวก็มีเจ้าหน้าที่ถามเราว่าจะทานไข่แบบไหนและปลาอะไร เหลือบดูพ่อครัวกำลังทำไข่ม้วนน่าทานดีเลยสั่ง Tamago Yaki และปลาอิวาชิย่างไหนๆ มาที่ครัวแล้วขอแอบเข้าไปดูข้างในซักหน่อย บนเตาถ่านมีตะแกรงไว้ใช้ย่างปลาและอย่างอื่นกำลังย่างพริกหยวกหอมฉุย แม่ครัวกำลังหุงข้าวและทำซุปอะไรอยู่ซักอย่างดูน่าทานมากเช่นกัน เห็นแล้วชักทนไม่ไหวเข้าไปทานข้าวดีกว่า ชุดอาหารเช้าของที่นี่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารจากธรรมชาติและดีต่อสุขภาพ กระเจี๊ยบสดกับหัวไช้เท้าฝนละเอียดคลุกมาบนปลาไหลย่างช่างเข้ากันได้ดี เต้าหู้สดกับซอสอะไรซักอย่างก็อร่อยเพราะเนื้อเต้าหู้ละเอียดและหอมมันผิดกับเต้าหู้สำเร็จรูปอย่างสิ้นเชิง ผมเคยติดใจเต้าหู้อร่อยๆ ที่เกียวโตและฮอกไกโดมาแล้ว ยังต้องยอมให้ของ Gajyoen อีกที่นึงเลย ผักดองของที่นี่ดูแล้วเหมือนเพิ่งจะดองกันไม่นาน ควรเรียกว่าผักหมักมากกว่าเพราะยังมีรสชาติของความสดแฝงอยู่และไม่เค็ม อีกถ้วยเป็นมะระสดซอยเป็นเส้นบางๆ โรยด้วยปลาข้าวสารทานเปล่าๆ ก็อร่อยหรือจะกับข้าวก็เยี่ยม ข้าวมี 2 ชนิดในถ้วยเดียวคือข้าวขาวที่หุงในแบบดั้งเดิมซึ่งให้กลิ่นที่หอมอร่อยกว่าหุงด้วยหม้อไฟฟ้า และข้าวที่หุงกับธัญพืช ปกติผมไม่ได้ชื่นชอบการทานผักมากนัก แต่สำหรับมื้อนี้ทานผักได้ออกรสออกชาติมาก แม้แต่ซุปมิโสะก็ยังอุดมไปด้วยสารพัดผักสด ซดไปได้ซักพักแอบเจอไข่ลวกอยู่ก้นถ้วย ไข่ลวกแตกกระจายในปากคละเคล้ากับซุปมิโสะได้อย่างลงตัวเป็นรสชาติที่ไม่เคยทานมาก่อนเลย ทานข้าวไปได้ครึ่งทางไข่ม้วนที่สั่งไว้ก็มาเสริมทัพความอร่อย เนื้อไข่เนียนนุ่มสีเหลืองนวลน่าทาน กัดเข้าไปคำแรกต้องแอบร้องเสียดายว่าทำไมเสิร์ฟมาแค่ 2 ชิ้นเพราะอร่อยเหลือหลายให้ทานมากกว่านี้ก็ยังไหว ตามติดมาด้วยปลาอิวาชิที่ย่างมาดูน่าทานและน่าขำเพราะปลายังอ้าปากกว้างค้างอยู่เลย เห็นแล้วนึกถึงตอนพาลูกไปอะควอเรียม เห็นปลาอิวาชิหรือปลาซาร์ดีนทั้งฝูงอ้าปากกว้างว่ายวนอยู่ในตู้ปลา ลูกถามว่าปลาอะไรผมตอบไปว่าปลาซาร์ดีน ลูกทำหน้าไม่เข้าใจเลยบอกว่าเป็นปลาที่ใช้ทำปลากระป๋องเท่านั้นแหละจำแม่นเลยไปอะควอเรียมที่ไหนเห็นปลาอิวาชิเป็นต้องร้องว่า นี่ไงปลากระป๋อง เนื้อปลาอิวาชิอร่อยไม่แพ้ปลาชนิดไหน ทำเป็นอาหารได้หลายอย่าง ซาชิมิก็ได้ ต้มซีอิ๊วก็ดีเพราะเนื้อแน่นต้มแล้วไม่เละ นำมาย่างก็ยิ่งอร่อยเห็นตัวเล็กๆ อย่างนี้แต่เนื้อเยอะมากทานกับข้าวหมดถ้วยแล้วแต่ปลายังไม่หมด จนต้องขอเติมข้าว เป็นมื้อเช้าที่อิ่มอร่อยแต่ไม่แน่น ปิดท้ายด้วยกาแฟสดที่ใช้เครื่องชงแรงดันไอน้ำ (Syphon Coffee) ที่ให้รสชาติเข้มข้นหอมละมุน เรานั่งจิบกาแฟริมระเบียงห้องอาหารชมวิวธรรมชาติอย่างอ้อยอิ่งเพราะยังมีเวลาเหลือเฟือ การนอนเรียวกังท่ามกลางธรรมชาติแบบนี้มีข้อดีตรงที่ไม่มีเรื่องให้นอนดึกเลยตื่นกันเร็ว ทำให้มีโอกาสเสพสุขกับธรรมชาติยามเช้า กลิ่นกาแฟหอมๆ กับกลิ่นดินกลิ่นป่ายามฝนพรำมันช่างเข้ากันเหลือเกิน
เราจำต้องอำลาจาก Wasurenosato Gajyoen หรือที่ผมแอบตั้งชื่อไทยให้ว่า เรือนลืมเลือน เพื่อเดินทางไปดูที่พักอีกแห่งซึ่งอยู่ไม่ไกล เป็นที่พักของลูกค้าระดับห้อง Deluxe Suite ซึ่งมีเพียง 2 ห้อง/หนึ่งขบวนเท่านั้น ผมจินตนาการว่าที่พักแห่งนี้คงต้องหรูหราสมกับระดับของลูกค้า แต่ว่าไม่ใช่ครับ Tenku no Mori เป็นที่พักที่ให้ท่านได้เสพกับธรรมชาติแบบเปิดโล่ง ในขณะที่ Gajyoen เน้นการอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ แต่ที่ Tenku no Mori จะเน้นความกลมกลืนไปกับธรรมชาติ พื้นที่ของที่นี่กว้างใหญ่มากประมาณ 5 แสนตารางเมตรหรือ 10 เท่าของ Tokyo Dome ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาแวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ แต่มีห้องพักเพียงแค่ 3 ห้องเท่านั้นเพราะคอนเซ็ปต์ของการมาพักที่นี่คือการให้คุณอยู่กับธรรมชาติจริงๆ ห้องพักแต่ละหลังอยู่ห่างกันมาก มองไม่เห็นกันเลยก็ว่าได้ เพราะอยู่กันคนละเนิน บ้านพักเป็นบ้านชั้นเดียวไม่มีเฟอร์นิเจอร์อะไรมาก ทั้งตัวบ้านและเฟอร์นิเจอร์ทำจากไม้แทบทั้งหมดแต่ผนังบ้านกรุกระจกใสทั้งสี่ด้าน ถ้าเปิดม่านนอนก็ให้ความรู้สึกเหมือนนอนโล่งอยู่บนเนินเขาเลย ในบ้านมีห้องอาบน้ำครบถ้วน แต่ถ้าจะให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ต้องออกมาแก้ผ้าอาบน้ำแร่ชมวิวที่บ่อกลางแจ้ง คุณ TateoTajime เจ้าของและผู้ออกแบบได้เล่าให้ฟังว่า เขาต้องการให้แขกที่มาพักมีความเป็นส่วนตัวมากๆ ถึงขนาดจะแก้ผ้าเดินเล่นนอนเล่นในบริเวณที่พักของตัวเองได้โดยไม่มีใครรบกวนเลย หลังจากเช็กอินเข้าที่พักแล้วอยากได้อะไรเพิ่มเติมก็สามารถโทรแจ้งแผนกต้อนรับ และหากพนักงานจะนำอะไรขึ้นไปให้ก็ต้องโทรแจ้งลูกค้าก่อน ถ้าลูกค้าไม่อนุญาตก็ไม่สามารถเข้ามาในเขตที่พักได้ เสียดายว่าฝนตกตลอดช่วงที่เราเข้ามาเยี่ยม เลยไม่สามารถเก็บภาพสวยๆ มาให้ชมกัน แต่บอกได้เลยว่าคุ้มค่ามากหากได้มานอนที่นี่ซักคืน อยากลองแก้ผ้าเดินกินลมห่มฟ้าดูดาวแบบไม่ใครมากวนซักที ความสุขของคนเราไม่ได้อยู่ที่ความหรูหราหรอกครับ อยู่กับธรรมชาตินี่แหละคือความสุขอันแท้จริง







