
เวิลด์มอนิเตอร์
ปักกิ่ง (เอเอฟพี) — เทศบาลกรุงปักกิ่งสั่งห้ามไม่ให้ประชาชนทำการเผาเสื้อผ้าของผู้ตาย และกระดาษที่ทำเป็นรูปต่างๆ หรือกงเต๊ก ซึ่งถือเป็นพิธีกรรมเกี่ยวกับความตายของชาวจีน เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ซึ่งก่อนหน้านี้เทศบาลได้ประกาศให้วันที่ 717 พ.ย. เป็นวันหยุด โดยกระตุ้นให้บริษัทตัวแทนท่องเที่ยวให้นำเสนอส่วนลดสำหรับแพ็กเกจเที่ยวในวันหยุดนี้ รวมถึงมีการปิดโรงเรียน โรงงาน และจำกัดปริมาณรถยนต์
ปักกิ่ง (เอเอฟพี) — เทศบาลกรุงปักกิ่งสั่งห้ามไม่ให้ประชาชนทำการเผาเสื้อผ้าของผู้ตาย และกระดาษที่ทำเป็นรูปต่างๆ หรือกงเต๊ก ซึ่งถือเป็นพิธีกรรมเกี่ยวกับความตายของชาวจีน เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ซึ่งก่อนหน้านี้เทศบาลได้ประกาศให้วันที่ 717 พ.ย. เป็นวันหยุด โดยกระตุ้นให้บริษัทตัวแทนท่องเที่ยวให้นำเสนอส่วนลดสำหรับแพ็กเกจเที่ยวในวันหยุดนี้ รวมถึงมีการปิดโรงเรียน โรงงาน และจำกัดปริมาณรถยนต์
มะนิลา (ดีพีเอ) — โฆษกกระทรวงกลาโหมของฟิลิปปินส์ ระบุว่า เจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพชาวฟิลิปปินส์ 112 คน ที่มีกำหนดการเดินทางจากไลบีเรีย ซึ่งมีการระบาดของไวรัสอีโบลาอย่างรุนแรง มายังกรุงมะนิลาในวันที่ 11 พ.ย. จะถูกแยกตัวไปอยู่ที่เกาะห่างไกล ในขณะเดียวกัน จิมยองคิม ประธานธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) แถลงกับสื่อว่าชาติในเอเชียยังให้ความช่วยเหลือในการต่อต้านการแพร่ระบาดของไวรัสมรณะอีโบลาไม่เพียงพอ โดยเฉพาะเรื่องการส่งเจ้าหน้าที่ไปยังพื้นที่แพร่ระบาด แม้ว่าเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในเอเชียจะได้รับการฝึกมาอย่างดีแล้วก็ตาม
โตเกียว (บลูมเบิร์ก) — มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส เปิดเผยว่า มีแนวโน้มที่นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ อาจขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 8% เป็น 10% หลังจากที่ธนาคารกลางแห่งญี่ปุ่น (บีโอเจ) ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมด้วยการประกาศขยายวงเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นอัตราปีละ 80 ล้านล้านเยน (ราว 23 ล้านล้านบาท) ไปเมื่อวันที่ 31 ต.ค. ซึ่งการขึ้นภาษีดังกล่าว จะช่วยลดการขาดดุลงบประมาณของญี่ปุ่น รวมถึงกระตุ้นอัตราเงินเฟ้อ ทั้งนี้ คาดว่านายกฯ อาเบะจะตัดสินใจขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มในเดือน ต.ค.ปี 2015 ภายในสิ้นปี 2014 นี้
วอชิงตัน (บลูมเบิร์ก) — งบประมาณขาดดุลสหรัฐ 12 เดือนก่อนหน้าเดือน ก.ย. อยู่ที่ 4.83 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 15 ล้านล้านบาท) หรือคิดเป็น 2.8% ของจีดีพี ซึ่งถือว่าเป็นการขาดดุลงบประมาณที่น้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2008 โดยจอร์จ กอนคาล์ฟส์ หัวหน้ากลยุทธ์ด้านอัตราภาษีของบริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ อิงค์ ระบุว่า งบประมาณที่ขาดดุลน้อยลงของสหรัฐครั้งนี้ เป็นผลมาจากเศรษฐกิจสหรัฐที่เริ่มฟื้นตัวและการลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล ซึ่งจะช่วยซื้อเวลาให้กับรัฐบาลในการแก้ปัญหาระยะยาว เช่น ค่าใช้จ่ายสำหรับการเกษียณอายุ ทั้งนี้ สำนักงบประมาณสหรัฐคาดว่า การขาดดุลงบประมาณในเดือน ต.ค.จะน้อยลงอีกเหลือ 2.6% ของจีดีพี







