
ต่างชาติหนีตลาดเกิดใหม่2เดือน2.9แสนล.
ทุนไหลออกตลาดหุ้นประเทศกำลังพัฒนากว่า 2.88 แสนล้านบาท เหตุเชื่อมั่นเศรษฐกิจดิ่ง
ทุนไหลออกตลาดหุ้นประเทศกำลังพัฒนากว่า 2.88 แสนล้านบาท เหตุเชื่อมั่นเศรษฐกิจดิ่ง
สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (ไอไอเอฟ) เปิดเผยว่า นักลงทุนต่างชาติได้ถอนออกจากตลาดทุนกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ทั้งในแอฟริกา อเมริกาใต้ ยุโรปตะวันออก และเอเชีย มูลค่ากว่า 9,000 ล้านเหรียญสหรัฐแล้วตั้งแต่ต้นเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา (ราว 2.88 แสนล้านบาท) ทำให้ดัชนีเอฟทีเอสอี ซึ่งเป็นดัชนีรวมกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ปรับตัวลดลงกว่า 10% แล้ว
การไหลออกของทุนต่างชาติในระลอกนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ปรับตัวลดลงจากการเติบโตของเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง โดยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของจีนในไตรมาสที่ 3 อยู่ที่ 7.3% เท่านั้น รวมถึงการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐที่ไม่ค่อยได้ผลต่อเศรษฐกิจโลกนัก
ชาร์ลส์ โคลลินส์ หัวหน้านักเศรษฐ ศาสตร์ของไอไอเอฟ ระบุว่า แม้ว่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาตลาดทุนในตลาดเกิดใหม่จะเสถียรมากขึ้น แต่กระนั้นรูปแบบของความเสี่ยง และความไม่แน่นอนจากการคาดเดาว่าธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไหร่นั้นก็จะยังดำเนินต่อไป ซึ่งภาวะดังกล่าวจะทำให้นักลงทุนต่างชาติถอนออกไป
ทั้งนี้ ตลาดประเทศกำลังพัฒนาเป็นจุดหมายปลายทางของนักลงทุนต่างชาติมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐเมื่อปลายปี 2008 เป็นต้นมาหลังจากที่ธนาคารกลางในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วได้ประกาศอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง และยังปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงต่ำมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ทำให้นักลงทุนมุ่งหน้ามายังตลาดเกิดใหม่แทน
อย่างไรก็ตาม ทางด้าน เดวิด อาเซอคอฟฟ์ นักวิเคราะห์กลยุทธ์ตลาดเกิดใหม่ของธนาคารเจพีมอร์แกน ระบุว่า ตลาดกำลังพิจารณาสถานการณ์ของตลาดทุนประเทศเกิดใหม่ผิดพลาดไป โดยเฉพาะในขณะนี้ราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกได้ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องซึ่งจะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ให้ดีขึ้น
“การเติบโตของตลาดประเทศกำลังพัฒนาในระยะกลางถึงระยะยาวยังถือว่าดีกว่าตลาดประเทศพัฒนาแล้ว แม้ว่าไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและรายได้ของภาคเอกชนจะน่าผิดหวังก็ตาม” อาเซอคอฟฟ์ กล่าว







