
OECD ...ดีต่อเกาหลีอย่างไร
11 ปีก่อน เมื่อประธานาธิบดี คิมยองซัม ได้เป็นประธานาธิบดีพลเรือนคนแรกที่มาจากการเลือกตั้ง
โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]
11 ปีก่อน เมื่อประธานาธิบดี คิมยองซัม ได้เป็นประธานาธิบดีพลเรือนคนแรกที่มาจากการเลือกตั้งในยุคที่ประชาธิปไตยเริ่มเบ่งบานในเกาหลี เขาได้ประกาศนโยบาย “การเข้าสู่ยุคเซกเยฮวา (โลกาภิวัตน์)” ดังนั้น เกาหลีจึงได้สมัครเข้าเป็นประเทศสมาชิกขององค์การความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organization for Economic Cooperation and DevelopmentOECD) ในเดือน ธ.ค. 1996 ...การเข้าเป็นสมาชิก OECD นี้เอง เป็นปัจจัยภายนอกที่ผลักดันให้เกาหลีสามารถค่อยๆ กรองน้ำสกปรกให้กลายเป็นน้ำสะอาด และประสบความสำเร็จในการสร้างความโปร่งใสในวงราชการได้ในวันนี้ (Corruption Perceptions Index 2013 มีคะแนนสูงเป็นอันดับ 9 ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก)
เรามารู้จัก OECD กันก่อนค่ะ OECD จัดตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1961 โดยพัฒนามาจาก OEEC (Organisation for European Economic Cooperationมีวัตถุประสงค์เพื่อบูรณะฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจและสังคมของยุโรปหลังสงครามโลกครั้งที่ 2) ต่อมาได้ยกระดับขึ้นเป็นองค์กรนานาชาติเพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของประเทศสมาชิก และปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารจัดการและส่งเสริมการค้าเสรี ...เมื่อเข้าสู่ยุคโลกาภิวัตน์ OECD ก้าวเข้าไปสู่การวิเคราะห์แนวทางนโยบาย และการจัดการปัญหาข้ามชาติต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่ข้อสรุปร่วมระดับนโยบายที่เป็น guidelines for best practices ของประเทศสมาชิก โดยมีเป้าหมายให้นโยบายของสมาชิกสามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับ guidelines เหล่านั้นในที่สุด
หลังจากที่เกาหลีได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกแล้ว จึงได้ปฏิบัติตาม “หลักการกํากับดูแลกิจการของ OECD” ซึ่งใช้มาตรฐานหลักของระบบการเงินที่รอบคอบรัดกุม (Twelve Key Standards for Sound Financial System) ที่ได้มาจาก Financial Stability Forum มาตรฐานหลักนี้ เน้นการสร้างกิจการภายในของประเทศสมาชิกให้มีความโปร่งใส และการยึดถือตามหลักการปฏิบัติที่ดี (Best practice)...เกาหลีจึงได้ร่วมลงนามปฏิบัติตามข้อตกลงการต่อต้านการคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับกิจการค้าระหว่างประเทศ (Convention on Combating Bribery of Foreign Public Officials in International Business Transactions) ซึ่งผลักดันให้เกาหลีออกกฎหมายฉบับหนึ่ง ในปี 1999 ชื่อว่า The Act on Preventing Bribery of Foreign Public Officials in International Business Transactions (“FBPA”) เพื่อให้สามารถปฏิบัติได้สอดคล้องกับข้อตกลงข้างต้น
ในเวลานั้น เกาหลีจึงวุ่นอยู่กับการออกกฎหมายอีกหลายฉบับ เพื่อเร่งแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นที่กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติไปแล้ว ซึ่งในขณะเดียวกัน ก็สามารถที่จะปฏิบัติตาม guidelines for best practices ของ OECD ได้ด้วย เช่น กฎหมาย The Extradition Act เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในระดับนานาชาติในการลดอาชญากรรม (ฉบับนี้ออกมาล่วงหน้าก่อนในปี 1998), The Financial Transaction Reports Act เพื่อจัดตั้งหน่วยงาน Financial Intelligence Unit (FIU) และประกาศบังคับให้สถาบันการเงินจัดทำรายงานต่อ FIU, กฎหมาย The proceeds of Crime Act เพื่อต่อต้านการฟอกเงิน และการทุจริตของข้าราชการในหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ, กฎหมาย The Anticorruption Act เพื่อจัดตั้งหน่วยงานหลักในการต่อต้านคอร์รัปชั่น ที่ชื่อว่า Korea Independent Commission Against Corruption (KICAC) ซึ่งต่อมาได้ออกกฎหมายใหม่ The ACT on AntiCorruption & the Establishment and Operation of the AntiCorruption and Civil Rights Commission เพื่อจัดตั้งหน่วยงานต่อต้านคอร์รัปชั่นใหม่ (ไฉไลกว่าเดิม) ที่ชื่อว่า AntiCorruption & the Establishment and Operation of the AntiCorruption and Civil Rights Commission ACRC) โดยควบรวม 3 หน่วยงาน คือ KICAC สำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน และ Administrative Appeals Commission เข้าด้วยกัน
กฎหมายยึดทรัพย์ที่เป็นของกลางในกระบวนการคอร์รัปชั่นทั้งในและต่างประเทศ ตามติดในเวลาต่อมา ส่วนกฎหมายที่ชอบที่สุดคือ กฎหมายเพื่อปกป้องผู้ที่แจ้งเบาะแส หรือผู้ที่รายงานการคอร์รัปชั่น (Whistleblowers) ทั้งในภาครัฐและเอกชน (The Act on the Protection of Public Interest Whistleblowers) ได้ออกมาเป็นฉบับล่าสุดและ เมื่อ 3 ปีก่อน...เห็นได้ว่า การเป็นสมาชิก OECD ทำให้เกาหลีต้องเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงครั้งใหญ่ นอกจากนี้ยังต้องจัดทำรายงานความคืบหน้าในการดำเนินงานเป็นระยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รายงานเปิดเผยเรื่องปัญหาคอร์รัปชั่นและวิธีการจัดการ ...(ต่อฉบับหน้า)







