ผู้ว่าฮ่องกงฉาวสื่อแดนจิงโจ้แฉรับเงิน
สื่อออสเตรเลียแฉผู้ว่าการฯ เกาะฮ่องกง รับเงินบริษัทยูจีแอลขณะดำรงตำแหน่ง โดยไม่แจ้งรายได้ดังกล่าวในบัญชีทรัพย์สิน ขณะที่ทางการฮ่องกงยกเลิกเจรจาแกนนำนักศึกษา
สื่อออสเตรเลียแฉผู้ว่าการฯ เกาะฮ่องกง รับเงินบริษัทยูจีแอลขณะดำรงตำแหน่ง โดยไม่แจ้งรายได้ดังกล่าวในบัญชีทรัพย์สิน ขณะที่ทางการฮ่องกงยกเลิกเจรจาแกนนำนักศึกษา
เอเอฟพีรายงานว่า คณะกรรมการอิสระเพื่อการต่อต้านคอร์รัปชันของฮ่องกง (ไอซีเอซี) ได้รับการร้องเรียนว่า เหลียงชุนหยิง ผู้ว่าการเขตบริหารพิเศษฮ่องกง รับเงินราว 6.45 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 209.34 ล้านบาท) จากบริษัทด้านวิศวกรรมของออสเตรเลีย ยูแอลจี ขณะดำรงตำแหน่ง
ทั้งนี้ แฟร์แฟกซ์ มีเดีย สื่อจากออสเตรเลียรายงานเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ยูจีแอลเข้าซื้อกิจการของบริษัท ดีซีแซด โฮลดิงส์ ที่เหลียงชุนหยิงเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง โดยจำนวนเงินที่มอบให้ เพื่อให้มั่นใจว่า เหลียงชุนหยิงจะไม่แข่งขันกับยูจีแอล พร้อมทั้งต้องทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาแก่ทางบริษัทด้วย โดยมีการแบ่งจ่ายเงินดังกล่าว 2 งวด ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี เหลียงชุนหยิงไม่ได้แสดงจำนวนเงินดังกล่าวในรายงานแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หลังดำรงตำแหน่งผู้ว่าการฯ เกาะฮ่องกง แม้ผู้ว่าฯ ฮ่องกงจะยังไม่ออกมาให้ความคิดเห็นใดๆ ในกรณีดังกล่าว ทว่าเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการบริหารฮ่องกง
ออกมาปฏิเสธเรื่องดังกล่าว และยืนยันว่า เหลียงชุนหยิงทำข้อตกลงกับบริษัทออสเตรเลียก่อนเข้าดำรงตำแหน่งผู้ว่าการฯ จึงไม่จำเป็นต้องแจ้งทรัพย์สินดังกล่าว
เรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นนี้อยู่ในช่วงที่เหลียงชุนหยิงต้องเผชิญกับวิกฤตทางการเมือง จากการชุมนุมประท้วงในพื้นที่สำคัญของเกาะฮ่องกง โดยล่าสุด แคร์รี ลัม ตัวแทนจากฝั่งรัฐบาลยกเลิกการเจรจากับกลุ่มแกนนำนักศึกษาจากเดิมที่กำหนดไว้ในวันที่ 10 ต.ค. นี้ โดยให้เหตุผลว่า การเจรจาเชิงสร้างสรรค์ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หลังแกนนำการประะท้วงประกาศปลุกระดมผู้คนให้เข้ามาร่วมประท้วงอีกครั้ง ถ้าการเจรจาไม่บรรลุผล
อเล็กซ์ โช หนึ่งในแกนนำสหพันธ์นักศึกษาฮ่องกง (เอชเคเอฟเอส) แสดงความเห็นว่า การล้มโต๊ะเจรจาดังกล่า แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่จริงใจที่จะดำเนินการเจรจาอย่างแท้จริง และพยายามหาข้อแก้ตัวในการปฏิเสธการเจรจาดังกล่าว ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่า การยกเลิกการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มผู้ประท้วงนี้ อาจเป็นชนวนจุดประกายให้ผู้คนออกมาชุมนุมประท้วงเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับช่วงปลายเดือน ก.ย. ที่ผ่านมาอีกครั้ง







