
ญี่ปุ่นบุกอาเซียนเจาะตลาดใหม่เน้นแรงงานถูก
ญี่ปุ่นรุกอาเซียนถ่วงดุลจีนค่าแรงถูก ไทยยังรั้งตำแหน่งฮับส่งออกของอาเซียน
ญี่ปุ่นรุกอาเซียนถ่วงดุลจีนค่าแรงถูก ไทยยังรั้งตำแหน่งฮับส่งออกของอาเซียน
วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานว่า บรรดาบริษัทในญี่ปุ่นต่างเพิ่มความช่วยเหลือการลงทุนในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เนื่องจากต้องการหาฐานการผลิตที่มีต้นทุนทางด้านแรงงานต่ำ และลดบทบาทของจีนในภูมิภาคดังกล่าวลง
รายงานได้ยกตัวอย่างของลาว ซึ่งเป็นพันธมิตรของจีนมาช้านาน ดังนั้นรัฐบาลญี่ปุ่นจึงต้องการถ่วงดุลโดยเข้าไปช่วยเหลือทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การสร้างสะพานเชื่อมไทยลาว ในบริเวณแม่น้ำโขง และพัฒนาทางยกระดับที่ชายแดนติดเวียดนาม
“ประเทศนี้มีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลางการขนส่งของทางบริษัท” ฮิโรชิยามาโมโตะ ผู้จัดการโรงงานผลิตชิ้นส่วนของกล้องนิคอนในลาว กล่าว
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังต้องการกระชับสัมพันธ์ผ่านการให้ความช่วยเหลือกับกัมพูชา พม่า และเวียดนาม เพื่อลดบทบาทการพึ่งพิงกับจีน และสามารถผลักดันอุตสาหกรรมของประเทศให้เติบโตได้เอง มิหนำซ้ำค่าจ้างแรงงานที่มีราคาต่ำทำให้กลุ่มประเทศอาเซียนเหล่านี้เป็นที่หมายปองของหลายๆ บริษัท
ความเคลื่อนไหวของแดนปลาดิบในครั้งนี้เป็นกลยุทธ์เดียวกับเมื่อสมัยเข้ามาบุกเบิกตลาดในไทยช่วงปี 1980-1990 นั่นคือการจัดสรรงบประมาณเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้เอื้อต่อธุรกิจยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ทว่าภายหลังจากที่มีนโยบายขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ค่าใช้จ่ายด้านแรงงานในไทยก็สูงขึ้นถึงราว 40% ประกอบกับปัญหาขาดแคลนแรงงาน ทำให้ญี่ปุ่นเริ่มหันไปมองหาแหล่งผลิตใหม่
อย่างไรก็ตาม มีเพียงไม่กี่บริษัทเท่านั้นที่ระบุว่าจะย้ายฐานการผลิตออกจากไทย ซึ่งยังถือเป็นศูนย์กลางการส่งออกของภูมิภาค ซึ่งทางด้าน โตชิโกะ วาตานะเบะ โฆษกของเด็นโซ คอร์ป บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่น ชี้ว่า แม้บริษัทจะมองหาวิธีการลดต้นทุนการผลิต แต่สถานที่นั้นจะต้องอยู่ใกล้ประเทศไทยเหมือนเดิม







