
จี 20 ฝันศก.โต 1.8% ตั้ง"ศูนย์ลงทุน" เอกชนร่วม
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
รัฐมนตรีคลังและตัวแทนจากธนาคารกลางของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ 20 ประเทศ (จี20) ระบุในแถลงการณ์ระหว่างการประชุมที่เมืองแคร์นส์ ออสเตรเลีย ว่า ข้อเสนอกว่า 1,000 มาตรการ จะถูกนำมาพิจารณาเพื่อเร่งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การปฏิรูประบบการเงินและการส่งเสริมให้เกิดการค้าเสรี โดยหวังกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกให้อยู่ที่ระดับ 1.8% ภายในปี 2018 หรือใกล้กับเป้าหมายเดิมที่ 2% ซึ่งวางไว้ตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ กลุ่มจี20 ยังคาดหมายอีกว่ามาตรการดังกล่าวจะกระตุ้นเศรษฐกิจโลกด้วยเม็ดเงินที่มีมูลค่าสูงถึงราว 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และเพิ่มการจ้างงานใหม่ๆ อีกนับล้านตำแหน่ง
ล่าสุด กลุ่มจี20 ออกแถลงการณ์ว่าชาติสมาชิกมีมติจะจัดตั้งศูนย์กลางด้านโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก เพื่อแบ่งปันข้อมูลระหว่างประเทศ รวมถึงจับคู่นักลงทุนกับโครงการต่างๆ เพื่อเสริมสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งขึ้น
ความคิดริเริ่มในการสร้างศูนย์กลางด้านโครงสร้างพื้นฐานนี้ มีจุดประสงค์ในการเพิ่มการลงทุนที่มีคุณภาพ โดยเฉพาะในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เนื่องจากการลงทุนมีความสำคัญต่อการส่งเสริมการบริโภคและยกระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ แผนริเริ่มดังกล่าวจะครอบคลุมกลยุทธ์ในเรื่องการพัฒนาบรรยากาศการลงทุน ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการพยายามดึงดูดนักลงทุนภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม โดย โจ ฮอกกี้ รัฐมนตรีคลังออสเตรเลียและประธานในการประชุม ชี้แจงว่า เรื่องดังกล่าวเป็นข้อตกลงระหว่างชาติสมาชิกที่จะเปลี่ยนแปลงการเติบโตที่นำโดยรัฐบาลไปสู่การนำโดยภาคเอกชน เพื่อยกระดับความเชี่ยวชาญและพัฒนามาตรฐานการดำเนินงานเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่าย
กลุ่มจี20 ยังระบุเพิ่มเติมว่า ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) จะช่วยพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ความสำคัญในการเพิ่มการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพในตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา ทว่ายังไม่ได้ระบุรายละเอียดเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้คาดว่าแผนริเริ่มศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานจะเริ่มเป็นรูปเป็นร่างในการประชุมสุดยอดครั้งต่อไปในเดือน พ.ย.นี้
อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจของยุโรปที่ยังอ่อนแอและการชะลอตัวทางเศรษฐกิจของจีน ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จี20 แสดงความกังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งความจำเป็นในการดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น เพื่อเพิ่มอุปสงค์ในตลาด
นอกจากนั้น ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากนโยบายทางการเงินที่หละหลวมของหลายประเทศเศรษฐกิจชั้นนำ ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะฟองสบู่สินทรัพย์ รวมถึงการยุติมาตรการนโยบายผ่อนคลายทางการเงิน (คิวอี) และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก็เป็นเรื่องที่กลุ่มจี20 ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยพยายามหาทางรับมือกับปัญหาดังกล่าว ด้วยการเพิ่มขนาดเงินทุนสำรองในธนาคารชั้นนำของโลก เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นซ้ำจากวิกฤตการเงินโลกที่ผ่านมา







