
อัลกออิดะห์ขยายพื้นที่หวังดึงโรฮิงยาร่วมรบ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
เว็บไซต์ข่าว โกลบอลโพสต์ ดอทคอม ของสหรัฐ เสนอรายงานกึ่งวิเคราะห์ว่า ชะตากรรมของชนกลุ่มน้อยมุสลิมชาวโรฮิงยาราว 8 แสนคน ที่อาศัยอยู่แถบชายฝั่งทะเลตะวันตกของประเทศพม่า กำลังเผชิญกับภัยคุกคามจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในแผ่นดินเกิด และโศกนาฏกรรมแบบเคราะห์ซ้ำกรรมซัดในค่ายอพยพ หลังพยายามลี้ภัยออกนอกประเทศ
กระนั้น สำหรับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง “อัลกออิดะห์” แล้ว กลับมีมุมมองที่แตกต่างออกไปว่า ความทุกข์ทรมานที่ชาวมุสลิมโรฮิงยาได้รับน่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้กลุ่มของตนเองทำงานง่ายขึ้น ในการกระตุ้นให้ชาวโรฮิงยาเหล่านี้หันมาจับอาวุธเข้าร่วมอุดมการณ์ต่อสู้กับอัลกออิดะห์ ซึ่งถูกลดทอนความสำคัญลงไป หลังจากที่ประชาคมโลกหันไปให้ความสำคัญกับกลุ่มมุสลิมสุหนี่หัวรุนแรงไอซิส ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในซีเรียและอิรัก รวมถึงความพยายามที่จะพัฒนากองกำลังของตนเองในภูมิภาคเอเชียใต้อีกด้วย
อัยมาน อัลซาวาฮิรี ผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์ สืบต่อจากอดีตผู้นำกลุ่ม โอซามา บิน ลาเดน ประกาศกร้าวผ่านวิดีโอ เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาว่า โครงการใหม่ของทางกลุ่มคือ การพยายามลบเส้นเขตแดนที่ขีดโดยอังกฤษ ซึ่งพยายามจะแบ่งมุสลิมในเอเชียใต้ออกจากกัน หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าต้องการให้ชาวมุสลิมในปากีสถาน อินเดีย บังกลาเทศ และพม่า เข้ามารวมกัน และจัดตั้งรูปแบบการปกครองในลักษณะ“รัฐอิสลาม”
แม้อัลกออิดะห์จะหยั่งรากลึกในปากีสถานมาช้านาน และพยายามแพร่อิทธิพลเข้าไปในบังกลาเทศและอินเดีย ทว่ากลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงนี้ยังไม่มีพันธมิตรในพม่า อย่างไรก็ดีหลังเกิดวิกฤตกับชาวโรฮิงยาขึ้นในพม่า ทำให้ทั้งกลุ่มอัลกออิดะห์และตาลีบัน ชิงอาศัยเรื่องดังกล่าวเสนอความช่วยเหลือแก่ชาวมุสลิมโรฮิงยา โดยให้คำมั่นว่าจะไม่ลืมและจะช่วยล้างแค้นให้
ซิดนีย์ โจนส์ ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์นโยบายความขัดแย้งในอินโดนีเซีย แสดงความเห็นในประเด็นดังกล่าวว่า สิ่งเลวร้ายที่สุดอาจจะเกิดขึ้นกับชาวโรฮิงยา ถ้าตัดสินใจร่วมจับอาวุธกับอัลกออิดะห์ เนื่องจากจะทำให้ชาวพุทธในพม่าออกมาต่อต้านมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกัน สมาคมชาวมุสลิมในพม่าก็ออกมาประณามว่าข้อเสนอของผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์เป็นเรื่องเสียเวลา และยังเป็นปฏิปักษ์ต่อศีลธรรม พร้อมสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อประเทศพม่าเช่นเดิม
นอกจากนี้ ราเจสวารี กฤษณะมูรติ นักวิเคราะห์อิสระจากสถาบันสันติภาพและความขัดแย้งศึกษาในกรุงนิวเดลี แสดงทัศนะด้วยความกังวลว่า แม้กองกำลังชาวโรฮิงยาจะมีขนาดเล็กในปัจจุบัน และไม่ค่อยสนใจเรื่องกลุ่มญิฮาดจากทั่วโลก แต่การสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือจากกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงต่างๆอาจบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ความรุนแรงให้เกิดขึ้น ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของกลุ่มก่อการร้ายในการสร้างพันธมิตรเพิ่มเติม เพื่อรุกคืบเข้ามาในพื้นที่เอเชียใต้







