
ลาภและยศ คือ อาหารของคอร์รัปชั่น...(9)
ประธานาธิบดีที่อาภัพที่สุดของเกาหลี หลังจากก้าวเข้าสู่ยุครัฐบาลประชาธิปไตยในปี 1988 คงได้แก่
โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]
ประธานาธิบดีที่อาภัพที่สุดของเกาหลี หลังจากก้าวเข้าสู่ยุครัฐบาลประชาธิปไตยในปี 1988 คงได้แก่ ประธานาธิบดีโน มูฮยอน (Roh Moohyun อยู่ในตำแหน่ง ค.ศ. 2003-2008) เพราะได้หลงในลาภและยศจนนำมาซึ่งความหายนะแก่ตนเอง จึงฆ่าตัวตายด้วยความรู้สึกผิดและละอายใจต่อประชาชนหลังจากพ้นวาระได้เพียงแค่ 1 ปี 3 เดือน ซึ่งมีสาเหตุจากการที่อัยการมีคำสั่งให้ฟ้องตนเอง ภรรยาและลูกชายในข้อหารับสินบนขณะที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นเจ้าของนโยบาย “ล้างความสกปรกออกจากทำเนียบประธานาธิบดี” และ “ถอนรากถอนโคนคอร์รัปชั่น”
ก่อนตัดสินใจฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดออกจาก “หน้าผานกเค้าแมว” ซึ่งอยู่ด้านหลังบ้านพัก ในเมืองคิมแฮ จังหวัดคยองซังใต้ อันเป็นถิ่นบ้านเกิดซึ่งหวนคืนกลับมาอยู่หลังจากหมดวาระ ประธานาธิบดีโนได้ออกมา “ยอมรับว่าครอบครัวได้รับเงินจำนวน 6 ล้านเหรียญสหรัฐ และได้ใช้ไปในเรื่องส่วนตัวในครอบครัวจริง” แต่ตนเองไม่รู้ว่าได้รับเงินมาในขณะที่อยู่ในตำแหน่ง ซึ่งเป็นคำกล่าวอ้างที่ประชาชนไม่น่าจะยอมรับได้
ข้อเท็จจริงปรากฏว่า เงินนั้นได้มาจากบริษัทธุรกิจใหญ่ในระดับ แชบอล (กลุ่มธุรกิจครอบครัวที่มีอำนาจทางเศรษฐกิจสูง) แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นภาพสะท้อนลักษณะการคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นในต้นยุคประชาธิปไตยของเกาหลีอย่างชัดเจน คือ การแสวงหาประโยชน์ร่วมกันระหว่างนักการเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐกับกลุ่มธุรกิจใหญ่ระดับแชบอล และการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในหมู่พวกพ้อง ซึ่งปัญหาหลังนี้ก่อเกิดจากรากฐาน “สังคมระบบเครือข่ายบุคคล” (personal networks) ระบบรุ่นพี่รุ่นน้อง มีความเหนียวแน่นมากจึงก่อให้เกิดการเกื้อกูลและการให้ความช่วยเหลือแก่บุคคลที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน หรือคนบ้านเดียวกัน
มนุษย์โลกมิได้มีเพียงสีขาวและดำ...บางคราวก็อาจจะเทาๆ บ้าง ดังนั้นในยุคของประธานาธิบดีอดีตนักกฎหมายผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนคนนี้ ก็มีมาตรการดีๆ ในการแก้ไขปัญหาของชาติ เช่น การแก้ไขความรู้สึกภูมิภาคนิยมคนบ้านเดียวกัน เพื่อขจัดปัญหาการเล่นพรรคเล่นพวก และความรู้สึกถูกเลือกปฏิบัติ และยังได้เน้นความสำคัญในการปรับปรุงโครงสร้างสังคมให้เกิดความเท่าเทียมกันมากยิ่งขึ้น เช่น “การออกกฎหมายควบคุมการเก็งกำไรจากอสังหาริมทรัพย์” ซึ่งผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการเก็งกำไร คือบรรดานักลงทุนที่มีฐานะร่ำรวย ที่เป็นตัวการทำให้ราคาที่พักอาศัยในเกาหลีถีบตัวขึ้นสูงมาก จนคนส่วนใหญ่ไม่สามารถซื้อที่อยู่อาศัยในเมืองเป็นของตนเอง และต้องออกไปอยู่เขตเมืองรอบนอกในยุคนั้น
ในยุคประชาธิปไตยที่ดำเนินมากว่า 26 ปี จนถึงวันนี้ รัฐบาลเกาหลีทุกคณะได้ค่อยๆ สร้างเหตุปัจจัยสำคัญหลายอย่างที่ทำให้เกิดการโปร่งใสต่อเนื่องมา เช่น การปฏิรูปการเมืองโดยยึดหลักการประชาธิปไตยที่ประชาชนสามารถแสดงออกถึงความต้องการ และสามารถตรวจสอบรัฐบาลได้ ผู้นำการเมืองต้องรับผิดชอบต่อประชาชน และเคารพหลักการปกครองโดยกฎหมาย โดยผู้กระทำความผิดแม้เป็นประธานาธิบดีก็ต้องได้รับโทษ และลงโทษนักการเมืองกับเจ้าของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในกรณีจัดตั้งกองทุนการเมืองอย่างลับๆ ซึ่งอัยการเกาหลีมีอำนาจที่จะฟ้องร้องได้ทั้งข้าราชการและนักธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อันเป็นการป้องกันมิให้กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ นักการเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมมือกันในการแสวงหาประโยชน์ แม้กระนั้นในโลกแห่งทุนนิยม เศรษฐกิจกับการเมืองยังคงเป็นเรื่องเดียวกันอยู่... “สิ่งที่ซัมซอง (ซัมซุง) เห็นว่าดี รัฐบาลเกาหลีก็ยากที่จะปฏิเสธ”...(ต่อฉบับหน้า)
สัปดาห์นี้ไม่มีหมายเหตุค่ะ







