
กดดันสหรัฐเร่งส่งออกน้ำมัน
สามชาติจี้มะกันยกเลิกมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันดิบ หวังเพิ่มแหล่งนำเข้า ลดการผันผวนของราคา
สามชาติจี้มะกันยกเลิกมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันดิบ หวังเพิ่มแหล่งนำเข้า ลดการผันผวนของราคา
เกาหลีใต้ เม็กซิโก และสหภาพยุโรป (อียู) ต่างพากันออกมาเรียกร้องกดดันให้สหรัฐผ่อนคลายมาตรการห้ามการส่งออกน้ำมันดิบ และเริ่มส่งออกน้ำมันจากบ่อน้ำมันภายในประเทศเข้าสู่ตลาดโลก เพื่อเป็นแหล่งทางเลือกในการนำเข้าพลังงาน และอาจทำให้ราคาน้ำมันปรับลดลงได้
ปาร์กกึนเฮ ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ กล่าวกับ โจ บาร์ตัน ผู้แทนจากสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐ ในการประชุมคณะกรรมาธิการด้านพลังงาน ว่า สหรัฐควรให้ความสำคัญในการนำเอาน้ำมันดิบจากแหล่งน้ำมันในรัฐเทกซัสและนอร์ทดาโคตาออกมาจัดจำหน่าย
ทั้งนี้ รัฐบาลเม็กซิโกก็กำลังรอคอยข่าวคราวการส่งออกน้ำมันจากกระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ เช่นเดียวกับอียูที่อยากให้ข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนทางการค้าและการลงทุนแห่งทรานส์แอตแลนติก (ทีทีไอพี) ครอบคลุม ข้อตกลงด้านการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกับสหรัฐด้วย
บาร์ตัน ตัวแทนพรรครีพับลิกันจากเทกซัส ซึ่งได้เข้าเจรจากับประธานาธิบดีปาร์ก ได้ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ส ว่า การยกเลิกมาตรการห้ามส่งออกน้ำมันจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ และยังสร้างคู่ค้าด้านพลังงานที่น่าเชื่อถือให้กับประเทศพันธมิตร
นอกจากนี้ เกาหลีใต้มีสัดส่วนการนำเข้าพลังงานมากถึง 97% ของพลังงานที่ใช้ภายในประเทศ และต้องประสบปัญหาเมื่อประเทศคู่ค้าน้ำมันรายใหญ่สุดของเกาหลีใต้อย่างอิหร่านถูกสหรัฐและอียูคว่ำบาตรในปี 2012
“การพึ่งพิงแหล่งนำเข้าเพียงแห่งเดียวเพิ่มความเสี่ยงสูงมาก ถ้าหากสามารถจัดหาแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบจากประเทศอื่นรวมถึงสหรัฐ ก็จะช่วยลดความผันผวนของราคา” เจมส์ คิง นักวิจัยจากสถาบันนโยบายศึกษาอาซานในกรุงโซล กล่าว







