
เผย "ไอเอส" รายได้อื้อ! ขายน้ำมันเถื่อน-เรียกค่าไถ่
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐและผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินขององค์กรต่อต้านการก่อการร้าย เปิดเผยว่า กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) อาจมีรายได้มากถึง 2 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 63.88 ล้านบาท) ต่อวัน จากการลักพาตัว การขู่กรรโชก และลักลอบค้าน้ำมัน ซึ่งทำให้ไอเอสมีความแตกต่างจากกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ ที่ยังไม่มีอิสระทางการเงิน
ลอย อัลคัททีป จากบรูกกิง สถาบันด้านการวิจัยนโยบายสาธารณะ ในกาตาร์ กล่าวว่า กลุ่มไอเอสสามารถเข้าควบคุมบ่อน้ำมัน 7 แห่ง และโรงกลั่นอีก 2 แห่ง ในทางตอนเหนือของอิรัก รวมกับบ่อน้ำมันอีก 6 แห่ง ในซีเรีย และนำน้ำมันออกจำหน่ายที่ราคา 2560 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล (ราว 8001,900 บาท) โดยเงินส่วนหนึ่งจะนำไปเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอาวุธและรักษาเสถียรภาพของสถาบัน ส่วนเงินที่เหลือจะใช้ดึงดูดอาสาสมัครใหม่ให้เข้ามาร่วมกลุ่ม
แหล่งรายได้อีกแห่งหนึ่งของกลุ่มไอเอสคือ ภาษีของประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองที่มีประชากรหนาแน่น ซึ่งรวมไปถึงเมืองโมซุล เมืองใหญ่อันดับ 2 ของอิรัก มิหนำซ้ำยังมีการปล้นธนาคารและร้านเครื่องเพชร การขู่กรรโชก การลักลอบค้าขายสิ่งผิดกฎหมาย การจับตัวประกันเพื่อไปเรียกค่าไถ่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีการสำคัญที่ใช้หาเงิน โดยเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐคาดการณ์ว่าเงินเรียกค่าไถ่ในช่วงไม่กี่ปีนี้อาจสูงถึง 10 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 320 ล้านบาท)
การหารายได้ของกลุ่มหัวรุนแรงอาจไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เนื่องจากกลุ่มตาลีบันเองก็ลักลอบค้าฝิ่น แร่ธาตุ และไม้ ส่วนกลุ่มกบฏมาร์กซิสต์เอฟเออาร์ซีในโคลอมเบียก็ค้าโคเคน และกลุ่มอาบู เซย์ยาฟ ในฟิลิปปินส์ กับกลุ่มอัลกออิดะห์ก็หาได้เงินหลายล้านเหรียญสหรัฐจากการจับตัวประกันไปเรียกค่าไถ่
อย่างไรก็ตาม บรรดากลุ่มก่อการร้ายเหล่านี้ยังจำเป็นต้องพึ่งพาการบริจาคเงินจากบุคคลภายนอก ซึ่งการคว่ำบาตรและบังคับใช้กฎหมายก็เป็นวิธีตัดท่อน้ำเลี้ยงให้กลุ่มดังกล่าวอ่อนแอลงได้ ทว่ากลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามสามารถสร้างรายได้เอง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งเงินบริจาคแม้แต่น้อย จึงถือเป็นความท้าทายใหม่ของรัฐบาลชาติต่างๆ ที่จะบ่อนทำลายกำลังของกลุ่มหัวรุนแรงนี้
ทางด้าน แมทธิว เลวิท อดีตเจ้าหน้าที่การคลังของหน่วยข่าวกรองด้านการก่อการร้ายและการเงินของสหรัฐ ระบุว่า กลุ่มไอเอสไม่ได้เข้าไปข้องเกี่ยวกับระบบการเงินระหว่างประเทศ ดังนั้นการคว่ำบาตรหรือใช้กฎหมายป้องกันการฟอกเงิน และมาตรการของธนาคารที่เข้มงวดขึ้น ก็ไม่อาจทำให้ไอเอสอ่อนแอลงได้
“กลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามอาจเป็นกลุ่มก่อการร้ายที่ร่ำรวยที่สุดเท่าที่เคยมีมา” เลวิท กล่าว
ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ข่าวเดลีเมลของอังกฤษรายงานอ้างคำกล่าวของเบาไชนา ชาบาอัน โฆษกของประธานาธิบดี บาชาร์ อัลอัสซาด แห่งซีเรีย ที่เปิดเผยว่า เจมส์ โฟลีย์ ผู้สื่อข่าวชาวอเมริกันถูกสังหารเมื่อ 1 ปีก่อน แต่กลุ่มไอเอสเพิ่งนำภาพมาเผยแพร่เมื่อวันที่ 20 ส.ค.นี้ สอดคล้องกับรายงานของนิโคลัส เฮนิน ที่ถูกจับตัวในซีเรียเมื่อปี 2013 ว่าได้ใช้เวลาอยู่กับโฟลีย์เพียง 7 เดือนเท่านั้น ส่วนครอบครัวของโฟลีย์ก็ชี้แจงว่าได้รับอีเมลติดต่อจากลูกชายถึงแค่เดือน ธ.ค. 2013
“เจมส์ โฟลีย์ ถูกจับตัวไปโดยกลุ่มฟรีซีเรียนอาร์มี ซึ่งมีสหรัฐหนุนหลังอยู่และขายต่อให้กับไอเอส โฟลีย์ถูกฆ่าเมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลซีเรียมีข้อมูลที่แน่ชัด ทางสหประชาชาติก็มีข้อมูลด้วยเช่นกัน” ชาบาอัน กล่าว







