
จี้ คสช.ปล่อยแกนนำขาหุ้นชี้ไม่ผิดกฏอัยการศึก
ภายหลังทหารจากมณฑลทหารบกที่ 42 ควบคุมตัว 11 แกนนำ “เครือข่ายขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน”
โดย...ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์ทูเดย์
ภายหลังทหารจากมณฑลทหารบกที่ 42 ควบคุมตัว 11 แกนนำ “เครือข่ายขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน” ไปไว้ที่ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากผิดกฎอัยการศึก ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
โดยเฉพาะเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้ เห็นว่าการเดินเท้าเข้ากรุงเทพฯ ของเครือข่ายขาหุ้นฯ มีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่การสื่อสารกับสังคมให้เข้าร่วมปฏิรูประบบพลังงาน สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นธรรม รวมถึงเป็นการรณรงค์สร้างจิตสำนึกและการรับรู้ของสาธารณชนต่อระบบพลังงานและการพัฒนาที่ปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนและบิดเบือนข้อมูลและความจริงมาอย่างยาวนานในสังคมไทย มิได้เป็นการกระทำที่เข้าข่ายการชุมนุมทางการเมืองตามกฎอัยการศึกแต่อย่างใด
ดังนั้น การควบคุมตัวแกนนำและผู้เข้าร่วมกิจกรรมกับเครือข่าย รวมทั้งการขัดขวาง ยับยั้งกิจกรรมดังกล่าว จึงถือเป็นการละเมิดสิทธิ เสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน อีกทั้งยังขัดกับหลักนิติธรรมและหลักสิทธิมนุษยชนสากล เป็นการทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาของนานาอารยประเทศโดยแท้
เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมและองค์กรชุมชนภาคใต้ จึงขอเรียกร้องว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ปล่อยตัวแกนนำทั้งเนื่องจากเครือข่ายจะสามารถใช้สิทธิ เสรีภาพ “เดินหน้า” สู่การปฏิรูปพลังงาน การพัฒนาที่ยั่งยืน และการสร้างสังคมที่เท่าเทียมและเป็นธรรมต่อไปได้
ด้าน ปริญญา ศิริสารการ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ บอกว่า เรื่องนี้เคยเตือน คสช. หลายครั้งแล้วว่ากลุ่มขาหุ้นปฏิรูปพลังงานเป็นการรวมตัวกันของประชาชนเรียกร้องให้มีการปฏิรูปพลังงาน จุดติดแน่ และรวมตัวได้ทุกสีเสื้อด้วย เพราะเป็นเรื่องของปากท้อง เพียงแต่ว่าตอนนี้มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกอยู่ ทหารจึงมีสิทธิที่จะจับกุมได้เพราะฝ่าฝืนห้ามการชุมนุมเกิน 5 คน แต่เมื่อไหร่ที่มีการยกเลิกกฎอัยการศึก หรือ คสช.ถอย การชุมนุมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปพลังงานจุดติดแน่
“ที่ผ่านมาเห็นมีแต่ฝ่ายภาครัฐออกมาบอกว่า ฝ่ายที่ออกมาเรียกร้องให้มีการปฏิรูปพลังงานพูดเท็จ แต่ไม่เคยบอกว่าพูดเท็จ พูดไม่จริงอย่างไร ขณะเดียวกันฝ่ายภาครัฐก็ไม่เคยพูดว่า แล้วเรื่องจริงเป็นอย่างไร ดังนั้นรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรเคลียร์โดยจัดให้มีการพิสูจน์กันในเรื่องนี้ว่าฝ่ายไหนกันแน่ที่พูดเท็จ และฝ่ายไหนที่พูดจริง ฝ่ายภาครัฐคือกระทรวงพลังงาน กับฝ่ายประชาชนที่เรียกร้องให้มีการปฏิรูปพลังงาน ต่างนำหลักฐานมาพิสูจน์หักล้างกัน แล้วให้มีคนกลางเป็นผู้ตัดสิน” ปริญญา กล่าว
การเดินรณรงค์ของกลุ่มขาหุ้นปฏิรูปพลังงานครั้งนี้เรียกร้อง 5 ประเด็น คือ 1.ขอให้เปลี่ยนระบบสัมปทานปิโตรเลียม เป็นระบบแบ่งปันผลผลิต เพื่อให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุด 2.ขอให้จัดตั้งบริษัทน้ำมันแห่งชาติ ควบคุมปิโตรเลียมให้ประชาชนใช้ในราคาที่เป็นธรรม 3.ขอให้มีการแบ่งพื้นที่ปิโตรเลียม พื้นที่ผลิตอาหาร และการท่องเที่ยวอย่างชัดเจน 4.ขอให้ปลดโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินจากแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า และเพิ่มสัดส่วนในการใช้พลังงานหมุนเวียน และ 5 ขอให้มีการผลักดันกฎหมาย พ.ร.บ.พลังงานหมุนเวียนที่เป็นธรรมโดยเร็ว
ขู่ก่อม็อบใหญ่แก้ราคาตกต่ำ
ไพโรจน์ ฤกษ์ดี ทนายความและตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางในนามของแนวร่วมเกษตรกรชาวสวนยางพาราบ้านส้องและพันธมิตร จ.สุราษฎร์ธานี ยื่นหนังสือเปิดผนึก ต่อนายพิชิต ตู้บันเทิง หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.สุราษฎร์ธานี ผ่านไปยังพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีคนใหม่ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเพื่อให้เร่งแก้ปัญหาราคายางตกต่ำเป็นวาระเร่งด่วนที่สุด โดยให้เวลา 7 วัน หากยังไม่มีการแก้ไขจะนำมวลชนเคลื่อนไหวใหญ่ ขณะที่หัวหน้าศูนย์ดำรงธรรม จ.สุราษฎร์ธานีรับหนังสือดังกล่าว เพื่อนำเสนอไปยัง คสช.ตามขั้นตอนต่อไป
“ผมเป็นลูกหลานเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้รับความเดือดร้อนจากราคาตกต่ำที่ออกมาเรียกร้องครั้งนี้ไม่ได้อยู่สีใด หรือเข้าข้างฝ่ายใด แต่เกิดจากความเดือดร้อนจริงๆต้องการให้ คสช.หรือว่นายกรัฐมนตรีคนใหม่นำไปแก้ไขราคายางพาราตกต่ำเป็นวาระเร่งด่วนโดยน้ำยางสดราคาท้องถิ่นที่เกษตรกรชาวสวนยางต้องรับจริงไม่ต่ำกว่า กก.ละ 70 บาท ยางแผ่นไม่ต่ำกว่า กก.ละ 80 บาท และเศษยาง กก.ละไม่ต่ำกว่า 30 บาท จึงจะอยู่ได้”ไพโรจน์ กล่าว







