
โอบามาเคยส่งกองกำลังไปช่วยตัวประกันในซีเรีย
เจ้าหน้าที่สหรัฐเผยโอบามาเคยสั่งปฏิบัติการลับเข้าไปช่วยตัวประกันในซีเรีย แต่กลับหาไม่พบ หวั่นอาจมีเหยื่อฆ่าตัดคอเพิ่ม
เจ้าหน้าที่สหรัฐเผยโอบามาเคยสั่งปฏิบัติการลับเข้าไปช่วยตัวประกันในซีเรีย แต่กลับหาไม่พบ หวั่นอาจมีเหยื่อฆ่าตัดคอเพิ่ม
ลิซ่า โมนาโค ที่ปรึกษาด้านการต่อต้านการก่อการร้ายของประธานาธิบดีบารัค โอบามาแห่งสหรัฐเปิดเผยว่าเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาโอบามาเคยสั่งกองกำลังพิเศษเข้าไปปฏิบัติการภารกิจลับในซีเรีย เพื่อช่วยเหลือตัวประกันชาวอเมริกันที่ถูกกลุ่มกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) จับตัวไป ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเจมส์ โฟลีย์ นักข่าวที่เพิ่งถูกกลุ่มไอเอสสังหารไปล่าสุดด้วย ทว่าปฏิบัติการดังกล่าวไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากไม่สามารถหาตัวตัวประกันได้
เจ้าหน้าที่ของสหรัฐระบุว่าปฏิบัติการช่วยเหลือเกิดขึ้นหลังจากหน่วยข่าวกรองสหรัฐเชื่อว่าทราบตำแหน่งที่กลุ่มไอเอสจับตัวตัวประกันสัญชาติอเมริกันไป อย่างไรก็ตาม กองกำลังปฏิบัติการพิเศษหลายสิบนายที่ถูกส่งไปยังซีเรียก็ไม่สามารถหาตัวได้พบในตำแหน่งดังกล่าว และยังได้ปะทะกับกองกำลังก่อนจะยกเลิกภารกิจ
“รัฐบาลสหรัฐมีสิ่งที่เราเชื่อว่าคือข่าวกรองที่เพียงพอแล้ว และเมื่อได้โอกาส ท่านประธานาธิบดีก็สั่งให้กระทรวงกลาโหมเข้าบุกช่วยเหลือพลเมืองของเรา แต่โชคร้ายที่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะตัวประกันไม่ได้อยู่ที่นั่น” โมนาโคกล่าว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กรุงวอชิงตันได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับภารกิจลับนี้หลังจากที่กองกำลังรัฐอิสลามเผยแพร่คลิปวิดีโอสะเทือนขวัญ ฆ่าตัดคอเจมส์ โฟลีย์ นักข่าวชาวอเมริกันไปเมื่อวันที่ 19 ส.ค. พร้อมกับขู่ว่าจะฆ่าตัวประกันรายที่สองหากสหรัฐยังเดินหน้าโจมตีทางอากาศใส่กลุ่มไอเอส อย่างไรก็ตาม กองทัพสหรัฐยังเดินหน้าปล่อยขีปนาวุธในซีเรียต่อ
นอกจากนี้ ข้อมูลเรื่องภารกิจลับที่เพิ่งถูกเปิดเผยล่าสุด ถือว่าเป็นครั้งแรกที่สหรัฐเปิดเผยว่าได้ส่งเจ้าหน้าที่ทหารไปยังซีเรียนับตั้งแต่มีเหตุสงครามกลางเมืองรุนแรงเมื่อ 3 ปีก่อน ส่วนบรรดานักวิจารณ์ต่างออกมากล่าวเตือนโอบามาว่าการ ไม่ยอมส่งกองทัพไปยังอิรัก จัส่งผลให้กลุ่มไอเอสทวีความแข็งแกร่งมากขึ้น
ที่มา เอพี
http://news.yahoo.com/officials-us-rescue-mission-syria-failed-223157934--politics.html







