posttoday
Luxury Japan 3

Luxury Japan 3

17 สิงหาคม 2557

ผมเพิ่งกลับจากการไปนั่งรถไฟเจ็ดดาว Cruise Train Seven Stars in Kyushu มาเมื่อต้นสัปดาห์ นับว่าหรูหราคุ้มค่าเกินราคามาก ไปใช้ชีวิตกินๆ นอนๆ อยู่บนรถไฟ 2 วัน 1 คืนและเที่ยวในคิวชูอีก 3 คืน ได้เห็นอะไรมาอีกเยอะ ตั้งใจว่าจะเขียนเป็นตอนต่อจากฮอกไกโดในคอลัมน์นี้ ผู้อ่านท่านใดสนใจเรื่องราวและประสบการณ์บนรถไฟเจ็ดดาวว่าจะดีเลิศประเสริฐศรีแค่ไหน โปรดติดตามได้ในเดือน ก.ย.ครับ แต่สำหรับสัปดาห์นี้เรายังอยู่กันที่โนโบริเบทสึ แหล่งน้ำแร่ขึ้นชื่อของเกาะฮอกไกโดเรียวกัง Takinoya ที่ผมไปพักนั้น เป็นเรียวกังที่ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นและสากลเข้ากันได้อย่างกลมกลืน ใครไม่สะดวกกับการอยู่ห้องเสื่อและนอนบนฟูกมาพักที่นี่ไม่ต้องกังวล เพราะเขามีห้องเตียงไว้บริการแถมมีอ่างอาบน้ำแบบญี่ปุ่นให้แช่ในห้อง ผู้หลักผู้ใหญ่ชอบมาก ห้องออนเซนรวมก็บรรยากาศดีโดยเฉพาะบ่อกลางแจ้งชั้นล่างที่อยู่ท่ามกลางป่า ผมว่าจุดเด่นที่นี่คือเขาปรับตัวให้เข้ากับความเป็นสากลโดยยังคงจิตวิญญานของการให้บริการแบบญี่ปุ่น (Omotenashi) ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ และพร้อมให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ ดูจากผู้ให้บริการที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้บ้าง เดี๋ยวนี้เรียวกังดั้งเดิมหลายแห่งเร

ผมเพิ่งกลับจากการไปนั่งรถไฟเจ็ดดาว Cruise Train Seven Stars in Kyushu มาเมื่อต้นสัปดาห์ นับว่าหรูหราคุ้มค่าเกินราคามาก ไปใช้ชีวิตกินๆ นอนๆ อยู่บนรถไฟ 2 วัน 1 คืนและเที่ยวในคิวชูอีก 3 คืน ได้เห็นอะไรมาอีกเยอะ ตั้งใจว่าจะเขียนเป็นตอนต่อจากฮอกไกโดในคอลัมน์นี้ ผู้อ่านท่านใดสนใจเรื่องราวและประสบการณ์บนรถไฟเจ็ดดาวว่าจะดีเลิศประเสริฐศรีแค่ไหน โปรดติดตามได้ในเดือน ก.ย.ครับ แต่สำหรับสัปดาห์นี้เรายังอยู่กันที่โนโบริเบทสึ แหล่งน้ำแร่ขึ้นชื่อของเกาะฮอกไกโดเรียวกัง Takinoya ที่ผมไปพักนั้น เป็นเรียวกังที่ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นและสากลเข้ากันได้อย่างกลมกลืน ใครไม่สะดวกกับการอยู่ห้องเสื่อและนอนบนฟูกมาพักที่นี่ไม่ต้องกังวล เพราะเขามีห้องเตียงไว้บริการแถมมีอ่างอาบน้ำแบบญี่ปุ่นให้แช่ในห้อง ผู้หลักผู้ใหญ่ชอบมาก ห้องออนเซนรวมก็บรรยากาศดีโดยเฉพาะบ่อกลางแจ้งชั้นล่างที่อยู่ท่ามกลางป่า ผมว่าจุดเด่นที่นี่คือเขาปรับตัวให้เข้ากับความเป็นสากลโดยยังคงจิตวิญญานของการให้บริการแบบญี่ปุ่น (Omotenashi) ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ และพร้อมให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติ ดูจากผู้ให้บริการที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้บ้าง เดี๋ยวนี้เรียวกังดั้งเดิมหลายแห่งเริ่มทยอยปรับตัวรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติกันมากขึ้น สำหรับท่านที่ยังไม่ชินขอให้คิดว่าการไปนอนเรียวกังแท้ๆ หนึ่งถึงสองคืน ถือเป็นประสบการณ์ชั้นเลิศที่หาได้ยากและควรลองสักครั้งเมื่อไปเที่ยวญี่ปุ่นครับ

เราออกจากโนโบริเบทสึแล้วย้อนกลับขึ้นไปที่ทะเลสาบชิโกทสึเพื่อไปลองแช่น้ำแร่อีกแห่งหนึ่งซึ่งยังไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างชาติมากนัก ปกตินักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไปกันตรงที่เรียกว่า Shikotsu Onsen ซึ่งมีเรียวกังดีๆ อย่าง Mizu no Uta, Suimeikaku, Suizantei เรียงรายกันอยู่ตลอดริมทะเลสาบแต่ที่ๆ เราไปนั้นมันอยู่เลยเข้าไปอีกประมาณครึ่งชั่วโมง เรียกว่า Marukoma Onsen กรุ๊ปทัวร์ไทยไม่เคยเข้าไปแน่นอน ที่นั่นมีที่พักเพียงแห่งเดียวคือ Marukoma Onsen Ryokan ใครจะมาแช่น้ำแร่ที่นี่ก็ต้องมาใช้บริการของที่พักนี้เท่านั้น เพราะเจ้าของที่พักเป็นผู้บุกเบิกออนเซนริมทะเลสาบมาตั้งแต่ยุคไทโช ก่อนที่จะมีกฏหมายอุทยานแห่งชาติและประกาศให้ทะเลสาบแห่งนี้เป็นอุทยานแห่งชาติเสียอีก จึงสามารถครอบครองพื้นที่ริมทะเลสาบและที่ทำให้กลายเป็นจุดเด่นของที่นี่ คือ บ่อน้ำแร่ที่อยู่ติดริมฝั่งทะเลสาบ เวลาแช่น้ำแร่ก็เหมือนแช่อยู่ในทะเลสาบเลย ระดับน้ำของบ่อน้ำแร่และทะเลสาบนั้นล้อกันอยู่ตลอดเวลา เพราะเขาแค่ก่อหินกั้นเป็นแนวกำแพงเตี้ยๆ สูงกว่าระดับสูงสุดของน้ำนิดเดียว ระหว่างทะเลสาบกับบ่อน้ำแร่มีช่องกรองและทางระบายน้ำออกไปสู่ทะเลสาบ ตรงช่องกรองนี้มีปลาจากทะเลสาบมาว่ายอยู่ให้เห็นเป็นที่เพลินตา เวลาน้ำขึ้นหรือลงระดับน้ำแร่ก็ขึ้นลงตาม เป็นหนึ่งในบ่อน้ำแร่ที่ผมชื่นชอบมากเป็นพิเศษ เพราะมันได้อารมณ์สุนทรีของการแช่น้ำท่ามกลางธรรมชาติจริงๆ บ่อน้ำแร่ที่อื่นส่วนมากจะอยู่ในสภาพปิดล้อมหรือมิดชิด แต่ที่ Marukoma Onsen นี้ ท่านสามารถดื่มด่ำกับการแช่น้ำแร่พร้อมชมวิวพาโนราม่าของทะเลสาบ Shikotsu ได้อย่างเต็มตา ขอพูดแบบไม่อายเลยว่าการได้ยืนเปลือยกายรับลมเย็นริมทะเลสาบหลังแช่น้ำแร่นั้น มันเป็นสุดยอดประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่ายๆ ต้องลองให้ได้ครับ

Luxury Japan 3

 

ของดีอีกอย่างหนึ่งของที่นี่ก็คือมื้ออาหาร เราได้ทานอาหารกลางวันในวิธีการปรุงแบบดั้งเดิมของฮอกไกโดที่เรียกว่า Robatayaki ห้องอาหารของที่นี่มีเตาแบบโบราณเป็นหลุมสี่เหลี่ยมและใช้ Binchotan หรือถ่านที่ทำจากไม้เนื้อแข็งเป็นวัตถุให้ความร้อนซึ่งมีข้อดีกว่าถ่านทั่วไปเพราะให้ความร้อนสูงแต่ไม่ค่อยมีควัน อาหารส่วนใหญ่ก็จะเป็นของเสียบไม้ย่างเป็นได้ทั้งเนื้อสัตว์ อาหารทะเลและพืชผักอย่างของเด็ดวันนี้คือปลาที่จับได้ในทะเลสาบชิโกทสึนำมาคลุกเกลือเสียบไม้แล้วค่อยๆ ย่างจนหนังแห้งกรอบแต่เนื้อในสุกกำลังได้ที่ ผมต้องค่อยๆ บรรจงซัดปลาทีละน้อยเพราะเนื้อในยังร้อนระอุอยู่ แต่แป๊บเดียวก็ทานจนหมดเหลือแต่ก้างหัวหางไม่เหลือให้แมวเลยเพราะทั้งสดและอร่อยจริงๆ ของสดๆ นี่ไม่ต้องปรุงอะไรมากแค่ย่างให้ดีมีเกลือเป็นเครื่องปรุงรสก็พอแล้วครับ อาหารจานอื่นที่เสิร์ฟมาพร้อมกันมีทั้งไข่ตุ๋น ซาชิมิ ชาบุชาบุ และอุด้ง กลายเป็นธรรมดาไปเลยเมื่อเทียบกับปลาย่างตัวนี้

หลังทานอาหารเสร็จเรายังมีโปรแกรมไปล่องเรือในทะเลสาบชิโกทสึกันต่อ อากาศดีๆ ท้องฟ้าใสแบบวันนี้ช่วยให้กิจกรรมหลังอาหารเป็นไปด้วยความราบรื่น เรือ Speed Boat ซึ่งเป็นบริการของโรงแรมเร่งเครื่องพาเราออกจากท่ามุ่งหน้าสู่อีกฟากของทะเลสาบ วันนั้นคลื่นลมสงบช่วยให้การล่องเรือเป็นไปด้วยความราบรื่น เรือมาหยุดลอยลำให้เราชมวิวกลางทะเลสาบชั่วครู่แล้วค่อยๆ เลาะชมวิวริมผาจนได้เวลากลับสู่ฝั่ง ใช้เวลาล่องเรือกันประมาณหนึ่งชั่วโมง ก่อนจะเทียบท่าเหลือบตามองไปทางขวาของกราบเรือ หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เปลือยกายล่อนจ้อน ยืนรับลมโดดเด่นให้อยู่ลิบๆ มองดูไม่รู้หรอกว่าใครเป็นใครเพราะไกลเอาเรื่องอยู่แต่ชักรู้สึกอยากจะลองนอนค้างที่นี่สักคืนแล้วสิ คงจะมีความสุขมิใช่น้อย ถ้าได้นอนเปลือยกายดูดาวริมทะเลสาบ หรือยืนแก้ผ้ารับแสงแรกแห่งวันที่ Marukoma Onsen

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม