
ตะวันตกจักหนักบอยคอตรัสเซียหมีขาวโต้ขู่แบนสินค้ามะกัน
สหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) เตรียมประกาศยกระดับมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียที่หนักข้อมากขึ้น
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
สหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) เตรียมประกาศยกระดับมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียที่หนักข้อมากขึ้น มุ่งเป้าสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจรัสเซีย โดยเฉพาะด้านการเงิน กลาโหม และพลังงาน เพื่อกดดันรัฐบาลหมีขาวยุติการให้ความช่วยเหลือกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ฝักใฝ่รัสเซียในยูเครน จนเกิดการเผชิญหน้ากับรัฐบาลยูเครน และนำไปสู่เหตุโศกนาฏกรรมยิงเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินเอ็มเอช 17 ตกเมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากการประชุมหารือผ่านระบบประชุมทางไกลระหว่างผู้นำชาติตะวันตก ซึ่งหมายรวมถึงประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ อังเกลา แมร์เกิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ของฝรั่งเศส เดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ และนายกรัฐมนตรี มัตเตโอ เรนซี ของอิตาลี เมื่อวันที่ 28 ก.ค. สามารถบรรลุข้อตกลงเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียครั้งใหม่ที่หนักหน่วงขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้มาตรการคว่ำบาตรจำกัดอยู่เฉพาะการยกเลิกวีซ่าและอายัดทรัพย์สินบุคคลที่เกี่ยวข้องกับประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย
ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ อาจหมายรวมถึงการขึ้นบัญชีดำบริษัทด้านพลังงานและสถาบันการเงินของรัสเซียเพิ่มเติม ไปจนถึงการสั่งห้ามการทำธุรกรรมทางการเงินและซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์กับบริษัทสัญชาติรัสเซียบางแห่ง
ท่าทีอันแข็งกร้าวของชาติตะวันตก จุดกระแสคาดการณ์ว่ารัสเซียอาจออกมาตรการตอบโต้การคว่ำบาตรเช่นเดียวกัน แม้ว่าก่อนหน้านี้ เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย กล่าวว่า รัฐบาลจะไม่ตอบโต้การคว่ำบาตรของชาติตะวันตกก็ตาม
บลูมเบิร์ก เปิดเผยว่า สำนักงานความปลอดภัยอาหารของรัสเซีย อาจสั่งห้ามนำเข้าสัตว์ปีกจากสหรัฐและสินค้าประเภทผลไม้จากประเทศในภูมิภาคยุโรปในเร็ววันนี้ โดยอ้างเหตุผลเรื่องการปนเปื้อน พร้อมระบุจะตรวจสอบบริษัทผู้ผลิตชีสที่ป้อนสินค้าให้กับแมคโดนัลด์ เชนฟาสต์ฟู้ดชื่อดังเมืองลุงแซมว่ามียาปฏิชีวนะตกค้างหรือไม่อีกด้วย
“การสั่งห้ามนำเข้าสินค้าถูกใช้เป็นเครื่องมือความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศมากขึ้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่รัสเซียจะตรวจพบความผิดปกติในสินค้าโดยมีเหตุผลทางการเมืองอยู่เบื้องหลัง” ไมค์ คอกก์เรลล์ หัวหน้าทางการเงินของแซนเดอร์สัน ฟาร์ม ของสหรัฐ กล่าว
ทั้งนี้ รัสเซียถือเป็นตลาดส่งออกสัตว์ปีกขนาดใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐ รองจากเม็กซิโก โดยเมื่อปี 2013 สหรัฐส่งออกไก่เนื้อไปรัสเซียคิดเป็นมูลค่าถึง 309 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยก่อนหน้านี้รัสเซียเคยสั่งห้ามการนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับนม เนื้อวัว และหมู ตลอดจนสั่งห้ามการนำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกแช่แข็งจากสหรัฐที่ใช้เป็นส่วนประกอบในอาหารสำหรับทารกอีกด้วย







