posttoday
เรื่องเบา ๆ

เรื่องเบา ๆ

27 กรกฎาคม 2557

อ่านเรื่องราวหนักๆ ของประวัติศาสตร์การคอร์รัปชั่นของเกาหลีที่ปัจจุบันได้ชื่อว่ามีความโปร่งใสอย่างมาก

อ่านเรื่องราวหนักๆ ของประวัติศาสตร์การคอร์รัปชั่นของเกาหลีที่ปัจจุบันได้ชื่อว่ามีความโปร่งใสอย่างมากมาแล้วหลายตอน สัปดาห์นี้จึงขอเล่าเรื่องเบาๆ บ้างค่ะ ... เรื่องมีอยู่ว่า ณ ร้านอาหารแห่งลุ่มน้ำปิง ดินแดนล้านนา เดอ สยามประเทศ ในค่ำคืนอันฉ่ำฝนไม่นานมานี้ “มนุษย์ป้า” ที่เกาหลีเรียกว่า “อาจุม่า” สองคน ได้มาเลี้ยงต้อนรับ “อาจอชี่ลุง” เกาหลีคนหนึ่ง สมมติชื่อว่า “นายกิมจิ” ในโอกาสที่มาเยี่ยมโรงงานในเมืองไทย ทั้งสามเป็นเพื่อนร่วมงานที่วิ่งสู้ฟัด ด้วยกันมาหลายปีเรื่องของการผลิตสินค้าและบริการลูกค้าระหว่างไทยเกาหลี สุดท้ายจากที่ถกเถียงกันบ่อยๆ บนหน้าจอประชุมทางไกล เลยกลายเป็นพี่น้องร่วมสาบานกัน มนุษย์ป้าสองคนซึ่งรวม “เชกา” ด้วย ได้ประกาศอิสรภาพจากบริษัทแม่ในเกาหลีมาหลายเดือนแล้ว แต่ “นายกิมจิ” ยังต้องทำงานถวายชีวิตแก่บริษัทตามสไตล์เกาหลีเพื่อเลี้ยงครอบครัวอยู่...แน่นอน...เพื่อความมีอรรถรส เรื่องที่คุยส่วนใหญ่ก็เลยเป็นเรื่องเกทับบลัฟ “นายกิมจิ” นั่นเอง...

คนเกาหลีนั้นหากจะเกษียณอายุออกมา ควรต้องมีเงินออมที่จะสามารถใช้จ่ายได้ “อย่างน้อย” คนละประมาณ 1.2 ล้านวอน/เดือน (ราว 4.28 หมื่นบาท) งบใช้จ่ายนี้คิดจากค่าแรงขั้นต่ำของเกาหลีในปัจจุบัน เนื่องจากค่าแรงขั้นต่ำคืออัตรารายได้ที่คำนวณมาจากความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตให้อยู่ได้ ถ้าอาศัยอยู่ในกรุงโซลหรือเมืองใหญ่ด้วยเงินจำนวนนี้แทบจะไม่สามารถอยู่ได้เลย เพราะค่าเช่าห้องอย่างเดียวก็ปาเข้าไป 6 แสนวอนเสียแล้ว (ราว 2.14 หมื่นบาท) ยังไม่นับค่าอาหาร ในเมืองไทยเราจะถามถึงราคาก๋วยเตี๋ยว 1 ชามเพื่อดูค่าครองชีพ แต่ที่เกาหลีเราจะถามถึงราคา “บิบิมบับ” หรือข้าวคลุก ซึ่งปัจจุบันนี้ “บิบิมบับ” ที่มีคุณภาพดีชามหนึ่งก็ปาเข้าไป 8,000-1.2 หมื่นวอน (ราว 285-420 บาท) สรุปเรื่องการลาออกจากงานมาทำงานฟรีแลนซ์เหมือนมนุษย์ป้าทั้งสองแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับ “นายกิมจิ” ซึ่งต้องเลี้ยงดูครอบครัวด้วย... ถึงจะตัวคนเดียวก็เห็นสมควรจะย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดหรือเกาะไหนสักแห่งหนึ่งเถิด...

พูดถึงเรื่องรายได้ขั้นต่ำ 1.2 ล้านวอน เป็นค่าแรงของแรงงานที่ทำงานสบาย เช่น ลูกจ้างในร้านค้าขายของ แต่ถ้าเป็นชายที่แข็งแรงบึกบึน หากไปทำงานก่อสร้างทุกวันนี้เขาคิดค่าแรงกันวันละไม่ต่ำกว่า 5,000 บาทค่ะ งานก่อสร้างปกติเป็นงานหนักมากจนคนเกาหลีส่วนใหญ่ไม่อยากทำ เพราะสุขภาพเสื่อมโทรม ระยะยาวได้ไม่คุ้มเสียกับค่ารักษาพยาบาลที่แพงมากในอนาคต ทว่าในปีนี้อัตราว่างงานของกลุ่มคนช่วงอายุ 15-29 ปีของเกาหลีเพิ่มขึ้นถึง 8.7% หนุ่มเกาหลีในวัยฉกรรจ์นี้จึงหันมาหางานก่อสร้างเพื่อเก็บเงินในระยะสั้น เป็นลูกจ้างชั่วคราวระหว่างรองานอื่น แรงงานก่อสร้างประจำจึงยังเป็นกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่เข้าไปทำมาหากิน

ส่วนเพื่อน “มนุษย์ป้า” เกาหลีรายนี้ มีเรื่องราวชีวิตที่พลิกผันพอควร เธอเป็นคนร่างใหญ่ ผิวขาว หน้าตาดี หลังจากจบปริญญาตรีที่เกาหลีแล้ว ก็ได้เดินทางไปเรียนปริญญาโทที่ออสเตรเลีย จึงได้พบหนุ่มไทยร่างสันทัดผิวคล้ำที่นั่น รักชอบจึงแต่งงานกันแล้วย้ายมาอยู่ภาคเหนือของเมืองไทยหลังเรียนจบ โดยที่ไม่เคยมาเมืองไทยก่อนเลย มาถึงก็งงเป็นไก่ตาแตก เพราะไม่รู้ภาษา แต่ด้วยความที่เป็นคน “เข้มแข็งและมองโลกในแง่ดี” ทำให้อยู่มาได้จนมีลูกสาวลูกชายอย่างละหนึ่ง แล้วจึงเข้ามาทำงานในบริษัทเกาหลีที่ “เชกา” ทำงานอยู่ด้วยกัน เขาเรียกว่า “อินยอน ” คือ พรหมลิขิตที่ทำให้เธอต้องมาพบหนุ่มไทย ได้มาทำงานแล้วก็กลายมาเป็นน้องสาวตัวโตของเชกา หลังจากที่เชกาลาออกจากบริษัทได้ไม่นาน เธอก็ลาออกตาม หลังจากที่เธอลองทำงานฟรีแลนซ์เป็นนายหน้าหาบ้านเช่าให้คนเกาหลีและต่างชาติ ก็ค้นพบว่า “รู้งี้ลาออกมาซะนานแล้ว” สิ่งที่เธอค้นพบอีกอย่างคือ “ความสามารถทางภาษาไทยเกาหลีอังกฤษ” ที่เคยใช้เป็นเรื่องธรรมดาปกติในบริษัท กลับกลายเป็นต้นทุนอันล้ำค่าในการทำธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับคนเกาหลีและต่างชาติอื่นๆ

ข้อสังเกตอย่างหนึ่งที่พบ คือ ปัจจุบันนี้การเดินทางไปมาของคนเกาหลีสู่ไทยเพิ่มขึ้นอย่างมากและอยู่ระยะยาวขึ้น คนเกาหลีจากที่ไม่เคยรู้เรื่องเมืองไทยเลยเมื่อ 20 ปีก่อน ตอนนี้มีความรู้สึกใกล้ชิดกับประเทศไทยมาก ว่างๆ ก็บินมาเที่ยว มานอน มาทานอาหาร มาตีกอล์ฟ จนกลายเป็นเรื่องปกติ และหลายรายที่เช่าบ้านหรืออพาร์ตเมนต์ทิ้งไว้ บินไปบินมาเรื่องธุรกิจบ้าง พักผ่อนบ้าง งานนายหน้าของเธอจึงมีลูกค้าอยู่ตลอด...

ส่วนธุรกิจที่คาดว่าจะมีแนวโน้มดีในอนาคต คือ ธุรกิจ “ลองสเตย์” สำหรับผู้สูงอายุเกาหลีในช่วงฤดูหนาว ระหว่างเดือน ธ.ค.ก.พ. เพราะเมื่ออายุมากแล้วผู้สูงอายุไม่สามารถทนความหนาวได้ดี ปวดข้อ ปวดกระดูก จึงควรโยกย้ายไปหาที่อบอุ่นกว่า อีกทั้งประเทศไทยอยู่ห่างจากเกาหลีเพียงแค่ 45 ชั่วโมงบินเท่านั้น...

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน