
ฟิลิปปินส์อัมพาต! "รามสูร" ถล่มหนัก ดับแล้ว 15
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
พายุไต้ฝุ่น “รามสูร” ซึ่งเข้าพัดถล่มฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ส่งผลให้กรุงมะนิลากลายเป็นอัมพาตหลังอิทธิพลของพายุก่อให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรง บ้านเรือนประชาชนพังราบเป็นหน้ากลองอย่างน้อย 321 หลังคาเรือน ขณะที่ประชาชน 3.38 แสนคน ต้องอพยพหนีตายจากพื้นที่เสี่ยงไปยังที่พักชั่วคราวใน 6 จังหวัด ขณะที่ตลาดหุ้นต้องปิดการซื้อขาย
ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ต้นไม้ถูกกระแสลมแรงถอนรากถอนโคน ปลิวว่อนขึ้นไปกลางอากาศ ก่อนตกลงมากีดขวางการจราจร การขนส่งสาธารณะทั้งระบบหยุดชะงัก และทำเกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง จนต้องประกาศยกเลิกเที่ยวบินทั้งในและระหว่างประเทศกว่า 200 เที่ยวบิน โรงเรียนปิดการเรียนการสอน เช่นเดียวกับโรงไฟฟ้าหยุดผลิตไฟฟ้าเป็นการชั่วคราวเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
ตำรวจและทีมบรรเทาภัยพิบัติฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะ 15 คนแล้ว โดยในจำนวนนี้หมายรวมถึงเด็กชายวัยเพียง 11 เดือน ที่เสียชีวิตหลังจากถูกต้นไม้ เสาไฟฟ้า และสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ล้มทับ ขณะที่อีก 3 คน เสียชีวิตจากการจมน้ำหลังระดับน้ำในแม่น้ำไหลเอ่อท่วมอย่างรวดเร็ว และอีก 2 คน ถูกฟ้าผ่าจนเสียชีวิต
มาร์โก ซาวิโอ ผู้เชี่ยวชาญจาก แพลน อินเตอร์เนชั่นแนล องค์กรเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ ที่มีสำนักงานใหญ่ในอังกฤษ ออกโรงเตือนอีกว่า อิทธิพลของพายุไต้ฝุ่นอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มซ้ำอีกระลอก แม้ว่าพายุซึ่งมีความรุนแรงที่สุดในรอบปีได้อ่อนกำลังลงจากพายุไต้ฝุ่นระดับ 2 มาอยู่ที่ระดับ 1 ที่มีความเร็วลม 150 กม./ชั่วโมง หลังเข้าพัดถล่มทางตอนเหนือและตะวันออกของฟิลิปปินส์เมื่อวันที่ 16 ก.ค. และเคลื่อนตัวไปทางเวียดนาม ท่ามกลางความกังวลว่าอาจเกิดภาวะสตอร์มเซิร์จ หรือคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าฝั่งบริเวณเมืองเลกาสปี ซิตี้
กรมอุตุนิยมวิทยาฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า พายุไต้ฝุ่นรามสูรซึ่งพัดถล่มบริเวณเกาะลูซอนอย่างยับเยิน จะเริ่มอ่อนกำลังลงเคลื่อนตัวไปทางเวียดนาม แต่ประกาศเตือนว่าพายุอาจทวีกำลังขึ้นมีความรุนแรงระดับ 3 หลังเคลื่อนตัวผ่านทะเลจีนใต้ก่อนเคลื่อนตัวไปทางตอนใต้ของจีน โดยคาดว่าพายุจะพัดขึ้นฝั่งบริเวณเกาะไห่หนานในวันที่ 18 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น
ทั้งนี้ พายุไต้ฝุ่นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่ฟิลิปปินส์ยังคงฟื้นตัวจากจากมหาพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยน ที่เข้าพัดถล่มเกาะลูซอน เมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว คร่าชีวิตประชาชนมากกว่า 6,200 คน และจนถึงขณะนี้ยังมีคนไร้บ้านอีกกว่า 4 ล้านคน







