
ญี่ปุ่นหนีไทยซบฟิลิปปินส์
ปัญหาการเมืองรุมเร้าซ้ำค่าแรงแพงน้ำท่วมบ่อยไม่ได้รับการดูแล/ประกันเมิน
ปัญหาการเมืองรุมเร้าซ้ำค่าแรงแพงน้ำท่วมบ่อยไม่ได้รับการดูแล/ประกันเมิน
นักลงทุนญี่ปุ่นจ่อย้ายโรงงานจากไทยไปฟิลิปปินส์ จากปัญหาทางการเมือง แรงงาน และภัยธรรมชาติ
บิสสิเนส มิร์เรอร์ หนังสือพิมพ์ด้านธุรกิจจากฟิลิปปินส์ รายงานอ้างข้อมูลจากธนาคาร “เมโทรโพลิแทน แบงก์ แอนด์ ทรัสต์ คอมพานี” หรือ เมโทรแบงก์ สาขากรุงโตเกียว ว่า สถานการณ์ทางการเมืองของไทยในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับปัญหาในด้านแรงงาน และอื่นๆ นั้น เป็นสิ่งเร้าให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของญี่ปุ่นบางส่วนย้ายสำนักงานจากไทยไปยังฟิลิปปินส์แล้ว
รายงานอ้าง ทาเคชิ โอดากะ ผู้จัดการสาขาโตเกียวของเมโทรแบงก์ กล่าวว่า หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้นักธุรกิจญี่ปุ่นบางส่วนย้ายสำนักงานหรือโรงงานจากไทยไปยังฟิลิปปินส์ คือ ตลาดแรงงานที่ตึงตัว โดยเห็นได้จากอัตราการว่างงานของไทยอยู่ในระดับต่ำกว่า 1% มาอย่างยาวนาน
นอกจากนี้ ไทยยังมีปัญหาด้านต้นทุนค่าจ้างแรงงานที่เพิ่มขึ้น และความไม่มั่นคงทางกำลังแรงงาน (แมนเพาเวอร์) รวมถึงความยากลำบากในการรักษาความปลอดภัยด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพียงพอในสถานที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรม
โอดากะ เสริมด้วยว่า ไทยยังไม่มีระบบป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เพียงพอ และเกิดน้ำท่วมเป็นประจำและเริ่มเลวร้ายลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังมีบริษัทประกันภัยเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นที่รับการคุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับน้ำท่วม ซึ่งหมายความว่าแทบจะไม่ได้รับการคุ้มครองลงทุนเลย
ทั้งนี้ โอดากะยังแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า จากสภาพแวดล้อมทางการเมืองที่ไม่แน่นอน ส่งผลให้ฟิลิปปินส์อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในอาเซียน
ด้าน โลเรนโซ วี แทน ประธานไรซัล คอมเมอเชียล แบงกิ้ง ครอป (อาร์ซีบีซี) ของฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ปัจจัยต่างๆ เช่น การปกครองด้วยทหารในไทยให้บริษัทญี่ปุ่นบางส่วน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุตสาห กรรมอิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนอากาศยานและยานยนต์ รวมถึงเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นผู้จัดส่งให้แก่บริษัทรายใหญ่ในญี่ปุ่น ต้องการย้ายโรงงานมายังฟิลิปปินส์
นอกเหนือจากเหตุผลดังกล่าว ประธานอาร์ซีบีซียังชี้ให้เห็นด้วยว่า บริษัทในญี่ปุ่นจะย้ายมายังฟิลิปปินส์นั้นเป็นผลมาจากนโยบายอาเบะโนมิกส์และความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐบาลฟิลิปปินส์และญี่ปุ่นด้วย







