
"โจโกวี" คว้าชัยผู้นำอินโดฯ รูเปียห์แข็งสุด 6 เดือนรับข่าว
สำนักข่าวเกียวโดรายงานผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการของอินโดนีเซีย
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
สำนักข่าวเกียวโดรายงานผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการของอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า โจโก วิโดโด หรือที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า โจโกวี ตัวแทนจากพรรคประชาธิปไตย (พีดีไอพี) ผู้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการกรุงจาการ์ตา มีคะแนนนำปราโบโว ซูเบียนโต คู่แข่งจากพรรคเกรินทรา อดีตลูกเขยของอดีตประธานาธิบดีซูฮาร์โต โดยมีผู้ลงคะแนนให้กับโจโกวีราว 52.12% ขณะที่มีผู้ลงคะแนนให้กับซูเบียนโตราว 47.88% จากการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ
ผลการลงคะแนนดังกล่าวส่งผลให้ เมกาวาตี ซูการ์โนบุตรี อดีตประธานาธิบดีและหัวหน้าพรรคพีดีไอพี ถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความยินดีพร้อมประกาศชัยชนะของโจโกวี
“นับเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่หลังจากที่พรรคพีดีไอพี ต้องเป็นฝ่ายค้านมากว่า 10 ปี แต่ขณะนี้เรากำลังจะเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนผ่าน” เมกาวาตี กล่าว
ด้าน อานีส บัสเวดัน โฆษกทีมเลือกตั้งของโจโกวี กล่าวว่า สถาบันส่วนใหญ่ที่จัดการสำรวจผลการเลือกตั้ง ระบุตรงกันว่า ผู้ว่าการกรุงจาการ์ตามีคะแนนนำซูเบียนโตอย่างน้อย 5% ซึ่งสอดรับกับรายงานของเกียวโดที่ระบุว่าสถาบันจัดทำผลสำรวจการเลือกตั้งส่วนใหญ่ให้โจโกวีเป็นฝ่ายที่มีคะแนนนำ
อย่างไรก็ดี หลังจากที่ฝ่ายโจโกวีประกาศชัยชนะได้ไม่นาน ฝ่ายซูเบียนโตก็ประกาศชัยชนะเช่นกัน โดยอ้างผลสำรวจจากสถาบันหลายแห่งที่มีความสัมพันธ์กับทางพรรค ที่ระบุว่าประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุน ฮัตตา ราจาสา ผู้สมัครคู่กับซูเบียนโตจากพรรคเกรินทรา
ทั้งนี้ อินโดนีเซียถือเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งถึงราว 190 ล้านคน จากประชากรทั้งหมด 245 ล้านคน และมีหน่วยเลือกตั้งถึง 478,685 หน่วย กระจายอยู่ทั่วเกาะกว่า 1.7 หมื่นเกาะ
ความใหญ่โตของแดนอิเหนาทำให้การนับผลคะแนนมีความซับซ้อนและต้องใช้เวลา โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งของอินโดนีเซีย คาดว่าจะสามารถประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการได้ในวันที่ 22 ก.ค.
การเลือกตั้งในครั้งนี้มีนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจและจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากซูเบียนโตมีนโยบายแบบเศรษฐกิจชาตินิยมที่ไม่เอื้อต่อการลงทุนจากต่างชาติ อาทิ การจำกัดการลงทุนของต่างชาติในอินโดนีเซีย มีนโยบายปกป้องการค้า
ขณะที่ โจโกวี ถูกมองว่าเป็นนักการเมืองติดดินที่ปราศจากการทุจริตและไม่มีสายสัมพันธ์กับกลุ่มอำนาจเก่า พร้อมกันนี้ยังมีนโยบายการปราบปรามการทุจริตที่แพร่ระบาดอยู่ในระบบราชการของอินโดนีเซียอีกด้วย โจโกวีจึงนับเป็นความหวังใหม่ในการปฏิรูปเศรษฐกิจของชาวอินโดนีเซีย
ผลการเลือกตั้งที่ส่อแววว่า โจโกวี จะได้เป็นประธานาธิบดี ส่งผลให้สกุลเงินรูเปียห์ของอินโดนีเซียแข็งค่าขึ้นไปอยู่ที่ 1.13 หมื่นรูเปียห์/เหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา จากเดิมที่ 1.16 หมื่นรูเปียห์/เหรียญสหรัฐ ในวันก่อนหน้า ซึ่งนับเป็นการแข็งค่าสูงที่สุดในรอบ 6 เดือน ขณะเดียวกันผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลอินโดนีเซียอายุ 10 ปี ที่ออกเป็นสกุลเงินเหรียญสหรัฐปรับตัวลดลงไปอยู่ที่ 5.875%







