posttoday
เยอรมัน กับเกมที่แทบจะไร้ที่ติ

เยอรมัน กับเกมที่แทบจะไร้ที่ติ

10 กรกฎาคม 2557

โดย สุรเดช สันติเลิศประภพ

โดย สุรเดช สันติเลิศประภพ

เยอรมัน กับเกมที่แทบจะไร้ที่ติ

คงได้ผ่านตากันไปแล้วนะครับสำหรับเกมรอบรองชนะเลิศระหว่าง บราซิล กับ เยอรมั นซึ่งผลที่ออกมานั้นอย่างที่ทราบกันครับว่าเป็นทางทีม “อินทรีเหล็ก” เยอรมัน ที่ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศได้สำเร็จเป็นทีมแรกหลังจากไล่ทุบ บราซิล เจ้าภาพแบบหมดสภาพถึง 7-1 เป็นเกมที่เหล่านักเตะเยอรมัน
 สร้างผลงานกันได้อย่างเพอร์เฟกต์และจบลงด้วยชัยชนะที่ถล่มทลายที่สุดของฟุตบอลโลกหนนี้

ความหวังของ บราซิล ที่จะเข้าไปลุ้นแชมป์โลกสมัยที่ 6 ในวันสุดท้ายของการแข่งขันกลายเป็นความหวังที่ไม่มีทางเป็นจริงได้แล้วหลังจากพวกเขาเสียท่าพ่ายให้กับ เยอรมัน ไปแบบขาดลอยถึง 1-7 คา เบโล่ ฮอริซอนเต้

ในเกมดังกล่าว เยอรมัน ได้ประตูออกนำห่าง บราซิล ถึง 5-0 เมื่อจบ 45 นาทีแรก ไม่มีผู้เล่นบราซิลคนไหนถูกไล่ออกในเกมนี้แต่การขาดหายไปของ ติอาโก้ ซิลวา และ เนย์มาร์ ส่งผลต่อทีมอย่างน่าเหลือเชื่อ ขณะเดียวกันก็ต้องปรบมือให้กับความยอดเยี่ยมของลูกทีมของ โยอัคคิม เลิฟ และตัวของ เลิฟ เองด้วยที่สามารถเล่นได้อย่างไร้ที่ติ
 และทำให้นี่กลายเป็นเกมฟุตบอลโลกรอบรองชนะเลิศที่สกอร์ขาดลอยที่สุด และนับเป็นความพ่ายแพ้ในเกมทางการคาบ้านตัวเองหนแรกในรอบ 39 ปีสำหรับ บราซิล

เยอรมัน นั้นทำผลงานได้ดีต่อเนื่องมาตั้งแต่รอบคัดเลือกแล้ว พวกเขาตีตั๋วมาบราซิลพร้อมกับการเป็นเจ้าของสถิติทีมที่ทำประตูได้มากที่สุดในรอบคัดเลือกของโซนยุโรป 36 ประตู อย่างไรก็ดีด้วยความเป็นเจ้าภาพของ บราซิล และศักดิ์ศรีแชมป์เก่าของ สเปน ทำให้ เยอรมัน ถูกมองให้เป็นทีมที่มีโอกาสรองลงมาจากสองทีมดังกล่าวอย่างช่วยไม่ได้

แต่หากย้อนกลับไปดูมาตรฐานของ เยอรมัน ในฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆแล้วคงต้องบอกว่าพวกเขาคือชาติที่มีผลงานคงเส้นคงวามากที่สุดในโลก แม้ว่าจำนวนการคว้าแชมป์อาจจะไม่ได้เท่ากับ บราซิล แต่หากดูจากผลงานที่สามารถทะลุเข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศได้ 4 สมัยซ้อนเป็นชาติแรกในฟุตบอลโลกก็น่าจะบ่งบอกความยอดเยี่ยมของพวกเขาได้เป็นอย่างดี

การที่ เยอรมัน ปราศจากความสำเร็จใดๆในฟุตบอลรายการใหญ่มาตั้งแต่ปี 1996 นับตั้งแต่ได้แชมป์ยูโรหนสุดท้ายในปีนั้น ทำให้พวกเขามุ่งมั่นที่จะเรียกศรัทธากลับคืนมาให้ได้ และหากดูจากฟอร์มของพวกเขาหลังผ่าน บราซิล มาได้ คงต้องบอกว่า เยอรมัน นั้นแข็งแกร่งสุดๆและพร้อมจะเผชิญหน้ากับใครก็ได้ไม่ว่าจะเป็น เนเธอร์แลนด์ ชาติคู่ปรับอีกชาติของพวกเขา
 หรือจะเป็น อาร์เจนติน่า ทีมที่เคยฟัดกับพวกเขามาแล้วในเกมนัดชิงชนะเลิศ 2 สมัยติดๆระหว่างปี 1986-1990

ในชัยชนะเหนือ บราซิล นั้น เลิฟ ได้วางแผนให้ ฟิลิป ลาห์ม นักเตะสารพัดประโยชน์กลับไปประจำการทางด้านแบ็คขวาเหมือนเดิม ขณะที่เกมรุกก็ให้โอกาสกับ มิโรสลาฟ โคลเซ่ หัวหอกจอมเก๋าลงมาล่าประตู โดย โคลเซ่ เองต้องการประตูอีกเพียงประตูเดียวที่จะทำลายสถิติยิงประตูได้มากที่สุดตลอดกาลที่ก่อนเกมนี้ตัวเขา และ โรนัลโด้ แห่งบราซิล
 ถือครองร่วมกันอยู่ที่จำนวน 15 ประตู

ลาห์ม สร้างปัญหาให้กับแบ็คซ้ายของ บราซิล อย่าง มาร์เซโล่ ได้ตลอดทั้งเกม และเมื่อ บราซิล ที่ปราศจากผู้นำในสนามอย่าง ติอาโก้ ซิลวา และตัวสร้างสรรเกมบุกที่ดีที่สุดอย่าง เนย์มาร์ ไป บราซิล เลยมีสภาพอย่างที่เห็น

อาจจะมีการพูดกันบ่อยๆว่าในฟุตบอลทัวร์นาเมนต์นั้น ทีมที่จะคว้าแชมป์ควรจะค่อยๆเร่งฟอร์มของตัวเองขึ้นไปทีละนิดแล้วค่อยไปพีคที่สุดเอาในเกมสุดท้าย หรือ เกมนัดชิงชนะเลิศ แต่จากสิ่งที่ เยอรมัน แสดงให้เห็นในเกมล่าสุดอาจจะทำให้ทฤษฏีดังกล่าวใช้ไม่ได้ผลกับพวกเขาก็เป็นได้

คืนนี้ต้องมาติดตามกันครับว่า เนเธอร์แลนด์ หรือ อาร์เจนติน่า ทีมไหนที่จะได้ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับ เยอรมัน ในวันที่ 13 ก.ค.นี้ และ เยอรมัน จะหวนกลับมาเป็นแชมป์โลกอีกครั้งในรอบ 24 ปีได้หรือไม่ อีกไม่นานเราจะได้รู้กันครับ

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่