
มะกันผวาบึ้มสนามบินสั่งผู้โดยสารเปิดมือถือตรวจ
สหรัฐประกาศยกระดับคุมเข้มเที่ยวบินจากต่างประเทศ ให้ผู้โดยสารเปิดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อตรวจสอบ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
สำนักงานความปลอดภัยด้านการคมนาคมขนส่งของสหรัฐ (ทีเอสเอ) ประกาศยกระดับมาตรการคุมเข้มความปลอดภัยเพิ่มเติมสำหรับเที่ยวบินจากต่างประเทศที่เข้าสู่สหรัฐ โดยสั่งการให้ผู้โดยสารทุกคนต้องเปิดเครื่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทิ้งไว้ เพื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าอุปกรณ์ดังกล่าวใช้งานได้จริง ไม่ใช่อุปกรณ์จุดระเบิดแฝง โดยจะไม่อนุญาตให้นำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้งานไม่ได้หรือแบตเตอรี่หมดขึ้นเครื่องโดยเด็ดขาด และเจ้าของเครื่องอาจต้องถูกกักตัวเพื่อตรวจค้นเพิ่มเติมอีกด้วย
คำประกาศดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากก่อนหน้านี้ศูนย์บัญชาการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐสั่งการให้สำนักงานทีเอสเอเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจค้นผู้โดยสารในสนามบินนานาชาติที่มีเที่ยวบินมายังสหรัฐ โดยเฉพาะเที่ยวบินตรงจากยุโรปและตะวันออกกลาง หลังเกิดความหวั่นเกรงว่ากลุ่มก่อการร้ายมุสลิมหัวรุนแรงอาจจะก่อเหตุวินาศกรรมขึ้น
ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า มาตรการคุมเข้มความปลอดภัยครั้งนี้จะไม่มีการเกี่ยวข้องกับข้อบังคับการนำสิ่งของขึ้นเครื่อง แต่ผู้โดยสารอาจต้องผ่านขั้นตอนการตรวจค้นร่างกายที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ทั้งการตรวจค้นรองเท้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การใช้เครื่องสแกนตรวจหาชิ้นส่วนของระเบิด และบางกรณีอาจต้องผ่านเข้าเครื่องเอกซเรย์ก่อนขึ้นเครื่องอีกด้วย
พร้อมกันนี้ ทางทีเอสเอยังเตรียมปรับเพิ่มอัตราการเรียกเก็บค่ารักษาความปลอดภัยจากผู้โดยสารมาอยู่ที่ 5.60 เหรียญสหรัฐ ในอัตราเดียวกันทั้งเที่ยวบินเที่ยวเดียวและผู้โดยสารที่มาต่อเครื่อง จากเดิมที่ 2.50 และ 5 เหรียญสหรัฐ ตามลำดับ และสำหรับผู้โดยสารที่รอต่อเครื่องนานกว่า 4 ชั่วโมง จะถูกเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวเป็น 11.20 เหรียญสหรัฐ โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 21 ก.ค. เป็นต้นไป
ซีเอ็นเอ็น รายงานอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐที่ไม่เปิดเผยนาม ระบุว่า การยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยครั้งล่าสุดมีขึ้นโดยอ้างอิงข้อมูลล่าสุดจากหน่วยข่าวกรอง ที่ระบุว่ากลุ่มก่อการร้ายโดยเฉพาะกลุ่มอัลกออิดะห์ในคาบสมุทรอาหรับอาจกำลังพัฒนาระเบิดชนิดใหม่ที่สามารถผ่านการตรวจจับอาวุธของเครื่องที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้ แม้ยังไม่มีรายงานการข่มขู่ที่ชัดเจนก็ตาม พร้อมระบุว่าทางทีเอสเออาจคุมเข้มการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมหากจำเป็นอีกด้วย
ทั้งนี้ นับตั้งแต่เกิดเหตุวินาศกรรมตึกเวิลด์เทรดถล่มเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2001 หน่วยงานรักษาความปลอดภัยด้านการบินเปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับการตรวจจับอุปกรณ์ระเบิดที่อาจซุกซ่อนขึ้นเครื่องมากขึ้น
เช่นเดียวกับทางทีเอสเอที่ได้ปรับเพิ่มอัตราค่ารักษาความปลอดภัยสนามบินอย่างต่อเนื่อง โดยบวกเพิ่มไปในราคาตั๋วโดยสารเที่ยวบินในประเทศและต่างประเทศมายังสหรัฐ เพื่อสนับสนุนการทำงานของทีเอสเอโดยตรง
ก่อนหน้านี้ องค์การการบินพลเรือนแห่งฝรั่งเศส (ดีจีเอซี) ตลอดจนหน่วยงานรักษาความปลอดภัยสนามบินของอังกฤษและเบลเยียม ยกระดับความเข้มงวดการตรวจตราผู้โดยสารตามข้อเรียกร้องของสหรัฐ พร้อมแนะให้ผู้โดยสารที่เดินทางเข้าสหรัฐเผื่อเวลา 1-2 ชั่วโมง เพื่อผ่านขั้นตอนตรวจค้นเพิ่มเติม







