
เลขยอดจ้างงานสหรัฐพุ่งดันดาวโจนส์ทะลุ 17,000
กลายเป็นเซอร์ไพรส์ให้กับบรรดานักลงทุนและนักวิเคราะห์ทันที เมื่อกระทรวงแรงงานสหรัฐ
กลายเป็นเซอร์ไพรส์ให้กับบรรดานักลงทุนและนักวิเคราะห์ทันที เมื่อกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยเมื่อวันที่ 3 ก.ค.ว่า ยอดการจ้างงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐเดือน มิ.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 2.88 แสนตำแหน่ง ซึ่งเป็นยอดการจ้างงานที่มากกว่า 2 แสนตำแหน่ง ติดกันเป็นเดือนที่ 5 ขณะที่อัตราการว่างงานปรับตัวลดลงแตะระดับ 6.1% จากเดิมที่ 6.3% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบเกือบ 6 ปี
จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สดใสดังกล่าวได้เป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ตลาดหุ้นสหรัฐดีดตัวขึ้นตามไปด้วย โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวพุ่งทุบสถิติอยู่เหนือระดับ 17,000 จุด เป็นครั้งแรก โดยเมื่อวันที่ 3 ก.ค. ปิดตลาดที่ 17,068.26 จุด ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 และดัชนีแนสแด็กก็ปิดตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน
นอกจากนี้แล้ว ตัวเลขจ้างงานที่ดีกว่าที่คาดยังได้ส่งผลให้บรรดานักวิเคราะห์คาดการณ์กันว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้นจากเดิมที่คาดว่าจะอยู่ในช่วงปลายปี 2015
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ยังมีมติคงอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำต่อไป โดยคงอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ที่ 0.15% และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในระดับ -0.1% ซึ่งเป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
จีนกระชับสัมพันธ์เกาหลีใต้
ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีน ได้เดินทางเยือนเกาหลีใต้เมื่อวันที่ 34 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยได้หารือกับประธานาธิบดี ปาร์กกึนเฮ ของเกาหลีใต้ ซึ่งผู้นำทั้งสองชาติต่างได้บรรลุข้อตกลงที่สำคัญต่อเศรษฐกิจหลายประการ ที่รวมไปถึงการเปิดให้มีการแลกเปลี่ยนสกุลเงินหยวนของจีนกับสกุลเงินวอนของเกาหลีใต้โดยตรง ซึ่งทำให้เกาหลีใต้เป็นชาติที่ 6 ของโลก ที่มีการแลกเปลี่ยนสกุลเงินหยวนกับจีนโดยตรง
นอกจากนี้แล้ว จีนยังได้ให้โควตาโครงการนักลงทุนประเภทสถาบันต่างชาติที่มีคุณสมบัติซื้อขายหยวน (อาร์คิวเอไอไอ) ต่อเกาหลีใต้เป็นวงเงินถึง 8 หมื่นล้านหยวน (ราว 4 แสนล้านบาท ซึ่งจะเปิดทางให้นักลงทุนเกาหลีใต้ที่ถือเงินหยวนอยู่นอกจีนสามารถลงทุนในสินทรัพย์ของจีนได้ รวมไปถึงธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ได้แต่งตั้งให้ธนาคารแห่งการสื่อสารจีนรับหน้าที่เป็นธนาคาร เพื่อการชำระหนี้ด้วยสกุลเงินหยวนในกรุงโซล เกาหลีใต้อีกด้วย
ไม่เพียงแต่เรื่องทางเศรษฐกิจเท่านั้น ผู้นำจีนยังได้กล่าวถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ญี่ปุ่นได้รุกรานจีนและเกาหลีใต้อย่างโหดร้าย ซึ่งทางญี่ปุ่นได้ออกโรงแถลงทันทีว่า การพูดถึงเรื่องในอดีตไม่สามารถทำให้เกิดสันติสุขในภูมิภาคได้







