
ดิ อิโคโนมิสต์ ชี้ 'เทฟลอน ไทยแลนด์' เริ่มหลุดร่อน
สื่อนอกชี้ความทนทานของเศรษฐกิจไทยต่อปัจจัยภายนอก เริ่มลดลง กดดันนักลงทุนต่างชาติปรับกลยุทธ์หาทางรอด
สื่อนอกชี้ความทนทานของเศรษฐกิจไทยต่อปัจจัยภายนอก เริ่มลดลง กดดันนักลงทุนต่างชาติปรับกลยุทธ์หาทางรอด
นิตยสารดิ อิโคโนมิสต์ เปิดเผยรายงานแสดงความเห็นว่า ความทนทานต่อปัญหาต่างๆของเศรษฐกิจไทย หรือที่เรียกว่า เทฟลอน ไทยแลนด์ นั้น เริ่มลดลงแล้ว โดยอ้างถึงตัวเลขจีดีพีที่ปรับตัวลดลง 0.6% จากไตรมาสก่อนหน้า ภาคการท่องเที่ยวของไทยที่ชะลอตัวลง ตลอดจนถึงยอดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศที่หดตัวลง
รายงานระบุว่า แม้ว่าประเทศไทยยังได้เปรียบเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่อยู่ระดับต่ำ ทว่า ไทยก็ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน และต้นทุนด้านแรงงานที่เพิ่มขึ้น จึงผลักดันให้ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นนักลงทุนรายใหญ่ของไทย ต้องหันมาใช้กลยุทธ์ "ไทยแลนด์พลัสวัน" ในการเริ่มโอนย้ายธุรกิจที่ต้องพึ่งพาแรงงานเป็นสำคัญไปยังประเทศที่มีต้นทุนด้านแรงานต่ำกว่าและแนวโน้มเศรษฐกิจเติบโตดีกว่ามากขึ้น
"เทฟลอน ไทยแลนด์ เริ่มสึกหรอลง หลังจากประเทศอื่นๆในภูมิภาคเอเชียใต้และตะวันออก เริ่มมีความน่าดึงดูดต่อนักลงทุนมากขึ้น ขณะที่แนวโน้มทางการเมืองของไทยยังคงมึดหม่น" รายงานอ้างคำกล่าวของราจิบ บิสวาส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ด้านเอเชียแปซิฟิกของบริษัทที่ปรึกษาไอเอชเอส
อย่างไรก็ตาม รายงานดังกล่าวสวนทางกับเว็บไซต์วอยซ์ออฟอเมริกา (วีโอเอ) ที่เปิดเผยรายงานอ้าง อังกัส เคนท์ กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์แมคควอรีสาขาในไทย แสดงความเห็นเกี่ยวกับการทำงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งหมายรวมถึงการประกาศมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยระบุว่า เป็นสัญญานที่ดีต่อธุรกิจ โดยเฉพาะต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ
"ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของการปฏิรูปในเชิงโครงสร้าง ผมเชื่อว่า การหันมาร่วมมือกันระหว่างทางหอการค้าและองค์กรอื่นๆ นับเป็นสัญญาณที่ดีครั้งสำคัญ ขณะเดียวกัน ความพยายามลงมือทำอย่างเร่งด่วน ก็เป็นเริื่องที่เราอาจไม่คุ้นเคยมาก่อน" เคนท์ ระบุ
รายงานระบุอีกว่า นับตั้งแต่กองทัพไทยเข้ามาผลักดันให้เกิดการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจประเทศเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง หลังจากเกิดเหตุวุ่นวายทางการเมืองยืดเยื้อมานานนับเดือน จนนำไปสู่การทำรัฐประหารในเดือน พ.ค. พร้อมอ้างรายงานของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ระบุว่า เศรษฐกิจมีแนวโน้มขยายตัวในช่วงไตรมาสสองของปีนี้ หลังจากกองทัพผลักดันให้มีการปฏิรูปและยกเครื่องโครงสร้างทางเศรษฐกิจ







