
ยิ่งลึกก็ยิ่งเสียวสำหรับฟุตบอลโลกเที่ยวนี้
ในที่สุดฟุตบอลโลกในปีนี้ก็ได้ทีมครบทั้ง 8 ทีมสำหรับการเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว
โดย สุรเดช สันติเลิศประภพ
ยิ่งลึกก็ยิ่งเสียวสำหรับฟุตบอลโลกเที่ยวนี้
ในที่สุดฟุตบอลโลกในปีนี้ก็ได้ทีมครบทั้ง 8 ทีมสำหรับการเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว โดยหลังจากเกมเมื่อคืนวันอังคารผ่านพ้นไปก็ได้ อาร์เจนติน่า และ เบลเยียม ตบเท้าเข้ามาตามคาด
ฟุตบอลโลกปีนี้อย่างที่เห็นกันด้วยสายตาของทุกท่านไปแล้วนะครับว่าเป็นทัวร์นาเมนต์ที่เล่นกันได้สนุกเกือบจะทุกคู่ มันคงเปรียบเทียบออกมาเป็นตัวเลขลำบากครับว่าถ้าให้จัดลำดับความสนุก ความตื่นเต้น ความสูสี ทั้งหลายทั้งมวลแล้ว มันสมควรจะถูกยกให้เป็นฟุตบอลโลกที่สนุกที่สุดที่เคยมีมาหรือไม่
จากจำนวน 136 ประตูในรอบแรกของทั้ง 32 ทีมที่ลงสนามกันไปทีมละ 3 เกมด้วยกันนั้น มีจำนวนประตูเกิดขึ้นทั้งหมดในรอบนี้ที่สูงกว่าตัวเลขที่เคยเป็นสถิติสูงสุดที่ทำเอาไว้ในปี 2002 ถึง 6 ประตูด้วยกัน
ขณะเดียวกันเมื่อก้าวเข้าสู่รอบที่สองของการแข่งขันแล้ว จำนวนประตูที่ทำกันได้ต่อเนื่องก็ยังไม่ได้แผ่วลงแต่อย่างใดโดยลูกโหม่งที่ พอล ป็อกบา ทำได้ในเกมที่ ฝรั่งเศส ปราบ ไนจีเรีย ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายได้นั้น นั่นคือประตูที่ 146 ของการแข่งขันครั้งนี้ ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือมันคือการทำประตูได้มากกว่าฟุตบอลโลกสมัยที่แล้วเสียอีก
ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีก่อนที่แอฟริกาใต้เป็นเจ้าภาพนั้น มีการทำประตูทั้งทัวร์นาเมนต์ที่ถือว่าน้อยที่สุดเท่าที่ฟุตบอลโลกปรับฟอร์แมตใหม่มาเล่นกันแบบ 32 ทีมสุดท้าย 64 เกมเลยทีเดียว
ฟุตบอลโลกครั้งนี้หลายทีมโดยเฉพาะทีมใหญ่นั้นมักจะเล่นเกมรุกเป็นส่วนใหญ่ โดยทีมอย่าง ฮอลแลนด์, โคลัมเบีย และ อาร์เจนติน่า สามารถจะเก็บแต้มได้แบบร้อยเปอร์เซนต์จากกลุ่มของตัวเอง ขณะที่ทีมอย่าง บราซิล, เยอรมัน หรือแม้แต่ อาร์เจนติน่า ต่างยังไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ถือว่าดีที่สุดของตัวเอง ด้าน ฝรั่งเศส ที่เข้ารอบมาในฐานะแชมป์กลุ่มเช่นกันนั้น
ก็มาแบบเรื่อยๆเรียบๆ หนนี้พวกเขาไม่ได้มีปัญหาเรื่องสปิริตในทีมเหมือนกับที่ผ่านมาแล้ว ทำให้บรรยากาศภายในทีมค่อนข้างสงบ และนั่นก็ทำให้งานของ ดิดิเย่ร์ เดสช็องส์ ราบรื่นมากยิ่งขึ้น
ทีมอย่าง คอสตาริก้า ม้ามืดตัวจริงของฟุตบอลโลกครั้งนี้ คงไม่มีใครจะไปคาดหวังกับพวกเขาว่าจะต้องไปไกลถึงขั้นทะลุไปเป็นแชมป์ในบั้นปลาย แต่อย่างน้อยๆเราได้เห็นว่ามาตรฐานของฟุตบอลในตอนนี้หากไม่นับเอเชีย หรือทาง โอเชียเนีย แล้ว แต่ละทวีปถือว่าใกล้เคียงและสามารถจะต่อกรได้สูสีมากกว่าเดิม
สำหรับอีกหนึ่งทีมที่อยากจะพูดถึงอีกสักครั้งนั่นก็คือ โคลัมเบีย หนนี้นอกจากการชนะรวดในรอบแรกตามด้วยการทะลุเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของพวกเขาแล้ว โคลัมเบีย ยังมีสถิติใหม่ที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาเมื่อ ฟาริด มอนดราก้อน
ผู้รักษาประตูจอมเก๋าของทีมได้สร้างสถิติกลายเป็นผู้เล่นอายุมากที่สุดที่ได้ลงเล่นในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในวัย 43 ปีในเกมที่เจอกับ ญี่ปุ่น ที่เขาโดนส่งตัวลงมาเป็นตัวสำรองแทน ดาวิด ออสปิน่า โดยสถิติเดิมเป็นของ โรเจอร์ มิลล่า ที่ทำเอาไว้เมื่ออายุได้ 42 ปีกับการเล่นให้กับ แคเมอรูน ในฟุตบอลโลกปี 1994
วันนี้และวันพฤหัสบดี ฟุตบอลโลกจะหยุดพักเว้นวรรคให้ได้พักกัน 2 วันก่อนจะกลับมาสร้างความสนุกสนานและสีสันต่างๆต่ออีกครั้งในคืนวันศุกร์ และคงต้องตามกันต่อล่ะครับว่าในรอบ 4 ทีมสุดท้ายนั้นจะได้ทีมใดหลุดเข้ารอบต่อไปได้สำเร็จ ยิ่งเข้ารอบลึก มันยิ่งเสียว ยิ่งบีบหัวใจจริงๆครับ







