
ปัญหาแรงงาน (ต่อ)
ในภาวะที่เราขาดแคลนแรงงานทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพเช่นนี้ การเพิ่มผลิตภาพแรงงาน (Productivity) ถือเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก
โดย...อภิรดี ตันตราภรณ์ ประธานบริหารสถาบันนานาชาติเพื่อเอเชียแปซิฟิกศึกษา มหาวิทยาลัยกรุงเทพ
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ (กนร.และ อกนร.) ขึ้นมา ภารกิจสำคัญหนึ่งของคณะกรรมการดังกล่าวคือการสร้างกระบวนการที่ทำให้แรงงานต่างชาติที่เข้ามาผิดกฎหมายถูกกฎหมาย
เรื่องดังกล่าวถือเป็นนิมิตหมายอันดีค่ะ ดังที่ดิฉันได้กล่าวไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่าภาคเอกชนไทยของเรามีความต้องการแรงงานจำนวนมาก เมื่อมีการจัดระบบระเบียบกลุ่มคนที่เข้ามาทำงานอยู่แล้ว ก็น่าจะช่วยให้เราทราบข้อมูลคนเหล่านี้ พร้อมทั้งแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลนในประเทศ
แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องดูควบคู่กันไปนับจากนี้ คือ “คุณภาพแรงงาน” หลายอุตสาหกรรมของเราที่ตั้งเป้าจะเป็น “พระเอก” เมื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียน ไม่ได้มีปัญหาขาดแคลนแรงงานเฉพาะเชิงปริมาณ แต่ยังขาดแคลนเชิงคุณภาพด้วย
เช่น อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการบริการ เมื่อไม่นานมานี้ เพื่อนของดิฉันได้เข้าไปสั่งอาหารในร้านอาหารฝรั่งเศสร้านหรูแห่งหนึ่ง เนื่องจากไปกันหลายคน และทุกคนหิวมาก จึงได้บอกพนักงานเสิร์ฟไปว่า ถ้าอะไรเสร็จก่อนให้ยกออกมาเลย เพราะกลัวว่าร้านจะรออาหารของทุกคนเสร็จแล้วค่อยยกออกมาพร้อมกันทีเดียว
ปรากฏว่า พนักงานเสิร์ฟกลับยกอาหารจานหลักออกมาให้ก่อนซุป ซึ่งผิดธรรมเนียมการเสิร์ฟอาหารฝรั่งเศส แน่นอนค่ะ ปกติเขาต้องไม่เสิร์ฟสลับจานกัน เพราะถ้าเสิร์ฟจานหลักก่อน ซุปก็จะหมดความหมาย เรื่องดังกล่าวสะท้อนถึงการขาดความรอบรู้และไหวพริบของพนักงานเสิร์ฟในอุตสาหกรรมของเรา แม้กระทั่งในร้านหรู
ในภาวะที่เราขาดแคลนแรงงานทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพเช่นนี้ การเพิ่มผลิตภาพแรงงาน (Productivity) ถือเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก
ตามปกติแล้ว ภาคเอกชนของเรามีความพยายามในการเพิ่มผลิตภาพแรงงานไทยในสถานประกอบการของตัวเองอยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่ตอบโจทย์การแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน
สาเหตุก็เพราะ เรามุ่งเน้นแต่การพัฒนาฝีมือให้แก่แรงงานชาวไทย ทั้งที่หลายกลุ่มงาน หลายอาชีพ เช่น งานบริการในร้านอาหาร งานแม่บ้าน คนไทยไม่ยอมทำแล้ว
ในขณะที่อุตสาหกรรมของเราต้องพัฒนามาตรฐานให้ได้ทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลก เราต้องใช้แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น หากเราไม่พัฒนาเขา ก็คงไม่ต่างอะไรกับการปล่อยให้อุตสาหกรรมของเราย่อหย่อนไป ส่งผลต่อผลิตภาพของอุตสาหกรรม และความสามารถในการแข่งขัน
นาทีนี้ไม่ใช่เวลาที่จะตั้งคำถามว่าควรจะฝึกเขาดีหรือไม่ แต่ควรตั้งคำถามว่าจะฝึกเขาอย่างไรให้ได้มาตรฐานและช่วยสร้างชื่อเสียงให้อุตสาหกรรมของเราได้
ดิฉันแนะนำให้ภาคเอกชนในอุตสาหกรรมที่มีการใช้แรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน จัดทำใบรับรองมาตรฐานฝีมือระดับต่างๆ ให้แก่แรงงาน โดยเน้นระบบระเบียบที่ไม่ยุ่งยากเกินไป เพื่อช่วยยกระดับมาตรฐานคนในอุตสาหกรรมที่เรามีอยู่ในขณะนี้
ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนต้องรับนักเรียน นักศึกษา มาสอนและให้ช่วยทำงานไปด้วยมากขึ้น เพื่อให้จบออกมาแล้วทำงานได้ทันที แก้ปัญหาทักษะไม่ตรงความต้องการของตลาด
อย่างไรก็ดี ภาคเอกชนรายใดที่ยังมีแรงงานจากต่างชาติ ต้องไม่ลืมพาแรงงานของตัวเองเข้าสู่กระบวนการที่ถูกกฎหมายก่อนนะคะ จากนั้นค่อยมาช่วยกันพัฒนาผลิตภาพกันอีกทอดหนึ่ง







