
World Cup Brazil : องศาเดือด
ต้องขึ้นแท่นแมทช์คลาสสิกประจำศึกเวิลด์คัพ 2014 แน่นอน สำหรับเกม ที่เหล่าอัศวินสีส้มโกงความตาย หลังใช้ช่วง 3 นาทีสุดท้ายของเกม ฉีกหนังสือประวัติศาสตร์ของชาติเม็กซิโกทิ้ง ด้วยการรัวแซง 2-1 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
ต้องขึ้นแท่นแมทช์คลาสสิกประจำศึกเวิลด์คัพ 2014 แน่นอน สำหรับเกม ที่เหล่าอัศวินสีส้มโกงความตาย หลังใช้ช่วง 3 นาทีสุดท้ายของเกม ฉีกหนังสือประวัติศาสตร์ของชาติเม็กซิโกทิ้ง ด้วยการรัวแซง 2-1 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
น่าสงสารขุนพลจังโก้ไม่น้อย กับการไม่เคยได้สัมผัสรอบ 8 ทีมสุดท้ายสักครั้ง ทั้งที่เล่นดีกว่าเกือบทั้งเกม สาเหตุหลักที่เล่นเอาเหล่าอัศวินเกือบเงิบตกรอบ คือเรื่องของสภาพอากาศ ที่เล่นงานจนกฎคูลลิ่งเบรกถูกใช้เป็นครั้งที่ 2 ของทัวร์นาเม้นท์
เดอะ การ์เดี้ยน สื่อในอังกฤษ รายงานว่า อุณหภูมิช่วงเบรก 30 นาที ในครึ่งแรก ร้อนปรอทแตกถึง 39 องศา ไม่น่าแปลกใจเลยทำไม รองแชมป์เล่นแบบไร้ทางสู้ 45 นาทีแรกจริงๆ ครึ่งหลังเม็กซิโกก็ไม่ได้ผิดพลาดอะไร เพียงแต่เทพีแห่งโชคไม่เข้าข้างเท่านั้นเอง
แต่ก็ต้องชมกึ๋นของกุนซือ หลุยส์ ฟาน กัล ที่กล้าเดิมพัน เปลี่ยนแนวรุกลงมาหมด ขนาด โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ กัปตันทีมยังกล้าถอดออกต่างกับสเปนชัดเจนที่ตกรอบแรกเพราะใจป๊อดไม่กล้าลองแข้งใหม่
เห็นสภาพอากาศกับรูปเกมแล้วไม่แปลกใจเลย เหตุใดทีมจากยุโรปจึงไม่เคยเป็นแชมป์ ฟุตบอลโลกในแดนละติน มันร้อนจนแผนที่ซ้อมมากระเจิงหมดน่ะสิ เท่ากับว่า ฝรั่งเศส กับ เยอรมนี 2 บิ๊กเบิ้มแห่งยุโรปที่จะลงฟาดแข้งคืนนี้อาจไม่แบเบอร์ เนื่องจากคู่ปรับอย่าง ไนจีเรีย และ แอลจีเรีย ดูจะคุ้นชินสภาพอากาศมากกว่าดังนั้น อาจต้องคำนวณเรี่ยวแรงและปรับแท็กติกใหม่หมด
แฟนบอลที่หวังเห็นรูปเกมแบบเปิดหน้าแลกหมัดตลอด 90 นาที พับโครงการไปได้เลย แต่มันไม่ได้หมายความว่าฟุตบอลจะไม่สนุกเสียหน่อย เพราะทีมกังหันลมพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าบางครั้งไคลแมกซ์ของเกมอาจเกิดขึ้นแค่ช่วงพริบตา ซึ่งนั่นล่ะเสน่ห์ฟุตบอล
ป.ล. คู่ฝรั่งเศส-ไนจีเรีย ช่อง 5 และช่อง 7 ไม่มีถ่ายทอดสดนะคร้าาบบบพี่น้อง อิอิ
ขอบคุณข้อมูลจาก : World Cup Brazil







