posttoday
รู้ขนบญี่ปุ่นก่อนบินฟรีวีซ่า

รู้ขนบญี่ปุ่นก่อนบินฟรีวีซ่า

27 มิถุนายน 2557

ปัจจุบันญี่ปุ่นยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศให้แก่ชาติในอาเซียนแล้ว 4 ประเทศ

ตะวัน หวังเจริญวงศ์

ปัจจุบันญี่ปุ่นยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศให้แก่ชาติในอาเซียนแล้ว 4 ประเทศ ได้แก่ สิงคโปร์ โดยไม่มีเงื่อนไข มาเลเซีย สำหรับผู้ที่มีอีพาสปอร์ต บรูไนและไทย ยกเว้นวีซ่านักท่องเที่ยว 15 วัน ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นกำลังอยู่ระหว่างพิจารณาผ่อนปรนวีซ่านักท่องเที่ยวให้แก่อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนามด้วย เพื่อส่งเสริมคนอาเซียนให้ไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นได้สะดวกขึ้น

ในกรณีของไทย หลังประกาศยกเว้นวีซ่าเข้าญี่ปุ่นมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ก.ค.2556 ที่ผ่านมา มีชาวไทยเดินทางไปท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมหาศาล พร้อมกับตกเป็นข่าวกลับมาว่าไปสร้าง “ชื่อเสียง”ที่หนักไปทาง “ชื่อเสีย” เพราะความแตกต่างทางวัฒนธรรมหลายต่อหลายครั้ง การรู้มารยาทและวัฒนธรรมญี่ปุ่นก่อนเดินทางไปท่องเที่ยว จึงกลายเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อจะได้ไม่สร้างความรู้สึกไม่ดีแก่คนของเขา พร้อมทั้งรักษาภาพลักษณ์ให้ประเทศไทยและอาเซียน

ณัฐวุฒิ สามไพบูลย์ อดีตประธานโครงการสอนภาษาเอเชียตะวันออก สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) บอกเล่าในสัมมนาหัวข้อ “DO’s and DON’T in Japan: เรียนรู้ความแตกต่างทางวัฒนธรรมไทย-ญี่ปุ่น” ว่า ชาวญี่ปุ่นให้ความสำคัญต่อปัญหาการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลเป็นอย่างมาก เรื่องที่คนไทยทำในประเทศเป็นปกติ อาจกลายเป็นเรื่องที่สร้างความลำบากและรำคาญใจแก่ชาวญี่ปุ่นได้

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือภาพ “เซลฟี่” ที่คนไทยนิยมในปัจจุบัน ชาวญี่ปุ่นค่อนข้างถือมาก หากถ่ายรูปแล้วติดเขาไปด้วย คนไทยอาจถ่ายรูปตัวเองบนรถไฟฟ้าเป็นประจำ แต่หากถ่ายรูปบนรถไฟฟ้าของญี่ปุ่นแล้วติดภาพเขาไปด้วย อาจสร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้ที่ถูกถ่ายติดไปได้

“เราคนไทยนิยมให้ตัวเองเป็นศูนย์กลาง คิดถึงความต้องการของตัวเราเองก่อน แต่คนญี่ปุ่นจะคิดก่อนเสมอว่า หากทำอะไรแล้วจะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนหรือไม่ จริงๆ แค่คุยกันโบกี้รถไฟ ก็สร้างความเดือดร้อนรำคาญจนอาจทำให้เขาหันมามองได้แล้ว”

ในเรื่องการดูแลเด็กเล็ก หากเป็นคนไทยอาจให้ความสำคัญกับเด็กที่ร้องก่อนว่ามีปัญหาอะไร ทำไมถึงร้อง ขณะที่ชาวญี่ปุ่นจะรีบนำเด็กของตัวเองที่ร้องไห้ออกไปให้ไกลจากผู้คน เพื่อไม่ให้เสียงร้องนั้นรบกวนผู้อื่น แล้วค่อยหาสาเหตุ แก้ปัญหาที่เด็กร้องต่อไป

อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องระมัดระวังคือ การสูบบุหรี่ หากอยู่ในไทยเราอาจเห็นคนเดินสูบบุหรี่ แต่ที่ญี่ปุ่นการเดินสูบบุหรี่ถือเป็นเรื่องละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เพราะกลิ่นบุหรี่จะลอยไปโดนผู้อื่นได้ ผู้ที่จะสูบบุหรี่จึงควรหาที่ยืนสูบที่จะไม่ส่งกลิ่นรบกวนใคร

ณัฐวุฒิ ย้ำว่า การไปเยือนชาติเขา เท่ากับเราเป็นตัวแทนของคนในชาติ เราสามารถสร้างชื่อให้ประเทศไทยได้ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ ผู้ที่จะเดินทางไปญี่ปุ่นจึงควรคำนึงถึงสิทธิส่วนบุคคลทุกเรื่องก่อนจะทำอะไร และควรศึกษาระเบียบครรลองของเขาให้ดีก่อนเดินทาง

ด้านดวงใจ หล่อธนวณิชย์ อาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มธ. ผู้เคยไปศึกษาต่อที่ญี่ปุ่น 7 ปี เล่าว่า พฤติกรรมของคนไทยที่ค่อนข้างเด่นชัดเมื่อไปญี่ปุ่น ได้แก่ ไม่รักษาเวลา ไม่มีระเบียบวินัย พูดจาเสียงดัง กินทิ้งกินขว้าง แต่งตัวไม่เหมาะสมกับกาลเทศะ และที่สำคัญคือไม่เคารพกติกา

เธอเล่าว่า ที่ญี่ปุ่นมีกฎกติกาในเรื่องต่างๆ เยอะมาก สังเกตได้จากจำนวนป้ายบนรถเมล์ รถไฟฟ้า ที่มีอยู่อย่างละเอียดเต็มไปหมด บนรถไฟฟ้าจะมีบางป้ายคล้ายในไทย เช่น ป้ายเอื้อเฟื้อที่นั่งให้สตรีมีครรภ์ แต่ที่ต่างกันคือจะมีป้ายเตือนให้ปิดโทรศัพท์มือถือด้วย เพราะสัญญาณโทรศัพท์มือถืออาจทำร้ายเด็กในครรภ์ได้

สำหรับมารยาทบนโต๊ะอาหารของญี่ปุ่น มีรายละเอียดหลายเรื่องที่แตกต่างจากไทย เช่น ลำดับที่นั่ง ผู้ที่อยู่ใกล้ประตูที่สุด คือผู้ที่มีความสำคัญหรืออาวุโสน้อยที่สุด จำนวนชิ้นอาหารบนจานอาจมีการคำนวณมาให้พอดีกับคนบนโต๊ะ ห้ามรับประทานเกิน การจับชาม การนั่ง ล้วนเป็นรายละเอียดที่ชาวญี่ปุ่นใส่ใจ มารยาทของชาวญี่ปุ่นเวลาทานอาหารชุดต้องถือชามข้าวไว้ในมือด้วย ไม่วางไว้กับโต๊ะเหมือนของไทย

“นอกจากนี้ ห้ามใช้ตะเกียบคีบส่งของให้กัน เพราะของที่คนญี่ปุ่นจะคีบส่งให้กันด้วยตะเกียบ มีเพียงกระดูกคนตายเท่านั้น”

ดวงใจ ย้ำว่า มารยาทหลายอย่างที่คนไทยเคยได้ยินเกี่ยวกับญี่ปุ่น ยังคงเป็นความเข้าใจที่ผิด เช่น เรื่องการทานอาหารเสียงดัง เพื่อแสดงว่าอาหารนั้นอร่อย ในทางปฏิบัติจริง ไม่จำเป็นต้องเสียงดังทุกอย่าง และระดับความดังก็ยังอาจแตกต่างกันไปด้วย

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69