
เอเชีย กับมาตรฐานที่ตกลงใน บราซิล 2014
ก่อนที่ผมจะส่งต้นฉบับในวันนี้ คงเหลือเพียง เกาหลีใต้ เพียงทีมเดียวเท่านั้นที่เป็นตัวแทนของเอเชีย
โดย สุรเดช สันติเลิศประภพ
เอเชีย กับมาตรฐานที่ตกลงใน บราซิล 2014
ก่อนที่ผมจะส่งต้นฉบับในวันนี้ คงเหลือเพียง เกาหลีใต้ เพียงทีมเดียวเท่านั้นที่เป็นตัวแทนของเอเชีย และยังพอได้ลุ้นเข้าสู่รอบ 2 ของฟุตบอลโลกหนนี้ หลังจากอีก 3 ตัวแทนร่วมทวีปอย่าง ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น และ อิหร่าน ต่างนัดกันตกรอบไปเรียบร้อยและยังไม่สามารถเอาชนะคู่แข่งได้แม้แต่เกมเดียวอีกด้วย
รอบแรกของฟุตบอลโลก 2014 กำลังจะเตะกันครบโปรแกรมและหน้าตาของ 16 ทีมสุดท้ายกำลังจะถูกประกอบขึ้นเป็นรูปเป็นร่างอย่างสมบูรณ์แบบ อย่างไรก็ดีโอกาสที่จะมีทีมจากทวีปเอเชียของเราผ่านเข้าไปถึงรอบนี้ได้ในปีนี้คงเหลือเพียงแค่ความหวังของทีม “โสมขาว” เกาหลีใต้ เพียงทีมเดียวเท่านั้นก่อนหน้าที่พวกเขาจะลงสนามเกมสุดท้ายของกลุ่ม เอช กับ เบลเยียม จ่าฝูงของกลุ่ม
โควตาของทวีปเอเชียในรอบคัดเลือกนั้นอยู่ที่ 4 ทีมครึ่ง โดย 4 ทีมที่ทำผลงานได้ดีในรอบ 10 ทีมสุดท้ายจะผ่านเข้าไปเล่นโดยอัตโนมัติ ขณะที่อันดับ 3 ของ 2 กลุ่มจะเตะกันหาตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวที่เหลือเพื่อไปเตะเพลย์ออฟกับตัวแทนของโซนอเมริกาใต้
ตัวแทนมาเล่นในรอบเพลย์ออฟของอเมริกาใต้ยังเป็นทีมหน้าเดิมอย่าง อุรุกวัย โดยอดีตแชมป์โลก 2 สมัยรายนี้ต้องเล่นเพลย์ออฟมาเล่นรอบสุดท้ายเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันแล้ว 4 ปีที่แล้วทีมของ ออสการ์ วอชิงตัน ตาบาเรซ เอาชนะ คอสตาริกา ตัวแทนจากคอนคาเคฟมาได้ ก่อนจะเข้าไปสร้างความปั่นป่วนจนทะลุไปถึงการเข้ารอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ
หนนี้ อุรุกวัย ต้องมาเผชิญหน้ากับตัวแทนจากเอเชียอย่าง จอร์แดน และพวกเขาก็ยังอาศัยประสบการณ์ในเวทีระดับนี้เอาตัวรอดจากเกมแห่งความเป็นความตายมาได้อีกครั้งและนั่นทำให้ เอเชีย มีเพียง 4 ทีมอันประกอบไปด้วย ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, อิหร่าน และ ออสเตรเลีย ในการมาโชว์ฝีเท้าที่บราซิล
ออสเตรเลีย ที่มีค่าเฉลี่ยผู้เล่นติดทีมชาติน้อยที่สุดและยังมีฟีฟ่า แรงกิ้ง ต่ำที่สุดในบรรดา 32 ทีม ต้องเจอกับโปรแกรมที่โหดและหินทีเดียวเมื่อลูกทีมของ อันเก ปอสเตโคกลู โดนจับไปอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับ “แชมป์เก่า” สเปน, ฮอลแลนด์ และ ชิลี และไม่มีอะไรพลิกโผสำหรับ ออสเตรเลีย ที่ต้องกระเด็นตกรอบแรก แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ทำได้ดีทีเดียวในการเจอกับ ฮอลแลนด์ และ ชิลี
หมดฟุตบอลโลกหนนี้ นักเตะตัวเก๋าๆอย่าง ทิม เคฮิลล์ และ มาร์ค เบรสชาโน่ คงใกล้ปลดระวางตัวเองกับการเล่นให้ทีมชาติเต็มที และคงจะต้องฝากความหวังไว้กับสายเลือดใหม่ๆที่จะก้าวขึ้นมาทดแทนในอนาคตอันใกล้นี้
มาถึง ญี่ปุ่น ที่อยู่ในกลุ่ม ซี ซึ่งเป็นสายที่แต่ละทีมมีโอกาสเข้ารอบไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเมื่อพิจารณาจากชื่อชั้นก่อนที่จะลงสนาม ทีมอย่าง โคลัมเบีย, กรีซ และ ไอวอรี่โคสต์ ไม่ได้ถือว่าห่างชั้นจาก ญี่ปุ่น จนเอื้อมไม่ถึง
ญี่ปุ่น มีข่าวจะแยกทางกับโค้ชชาวอิตาเลี่ยนอย่าง อัลแบร์โต้ ซัคเคโรนี่ แต่พวกเขาก็รอให้ฟุตบอลโลกผ่านพ้นไปก่อน และในท้ายที่สุด สมาคมฟุตบอลของญี่ปุ่นก็ต้องตัดสินใจแยกทางกับ ซัคเคโรนี่ จนได้ หลังจากทีมทำผลงานตกลงไปจากเมื่อ 4 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิง ยิงประตูคู่ต่อสู้ลำบากและเสียประตูง่ายดาย
แม้จะเข้ารอบสุดท้ายมาเป็นสมัยที่ 5 แต่ญี่ปุ่นก็ไม่เคยไปได้ไกลเกินรอบ 16 ทีมสุดท้าย หนนี้หลังการตกรอบ ซัคเคโรนี่ ก็เก็บกระเป๋ากลับบ้านไปเลี้ยงหลานเรียบร้อยและ ญี่ปุ่น คงจะกลับมานับหนึ่งกันใหม่อีกครั้งซึ่งน่าสนใจว่าพวกเขาจะใช้งานโค้ชนอกเหมือนกับในช่วงหลายปีที่ผ่านมาหรือไม่
ปิดท้ายที่ อิหร่าน แม้ทีมของ คาร์ลอส เคยรอช จะได้ลุ้นเข้ารอบจนถึงนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม ทว่าพวกเขาก็ยังขาดผู้เล่นที่มีคลาสเหมือนอย่างที่เคยมีนักเตะอย่าง อาลี ดาอี, อาลี คาริมี่, โคดาดัด อาซิซี่ ฯลฯ
ความพ่ายแพ้ต่อ บอสเนีย ทำให้ อิหร่าน ปิดฉากฟุตบอลโลกหนนี้ตาม ออสเตรเลีย และ ญี่ปุ่น ไปติดๆปล่อยให้ เกาหลีใต้ เหลือเป็นความหวังสุดท้ายที่จะได้เห็นทีมจากเอเชียเข้าไปโชว์ตัวในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
รูปแบบการเล่น, ความสามารถของระดับฝีเท้า และการเตรียมพร้อมที่ดี ยังเป็นปัจจัยที่ทำให้ทีมจากเอเชียในฟุตบอลชายยังก้าวไปไม่ถึงดวงดาว แตกต่างจากฟุตบอลหญิงที่ทีมอย่าง ญี่ปุ่น ไปประกาศศักดาคว้าแชมป์โลกมาแล้วถึงเยอรมัน ส่วนทีมชาติไทยเราก็ได้โอกาสจะไปโชว์ฝีเท้าของแข้งแม่เนื้ออ่อนกับเขาอย่างแน่นอน
หนนี้สู้ไม่ได้ 4 ปีต่อไปที่ รัสเซีย 2018 เราคงหวังจะได้เห็นมาตรฐานที่บีบชิดเข้าใกล้กันมากขึ้นกว่าเดิมสำหรับทีมจากเอเชีย และ ทีมจากนานาประเทศ ตราบใดที่ลมหายใจแห่งความหวังยังไม่สิ้น ก็ต้องดิ้นกันต่อไปล่ะครับ







