
อิรักถอยตั้งหลักISILรุกคืบยึดเมืองไม่หยุด
กองทัพอิรักประกาศถอนกำลังพลออกจากเมืองทางตะวันตก หลังกลุ่มติดอาวุธสุหนี่รุกคืบยึดเมืองต่อเนื่อง อ้างถอยกลับเพื่อวางกำลังสู้ใหม่
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
กองทัพอิรักประกาศถอนกำลังพลออกจากเมืองทางตะวันตก หลังกลุ่มติดอาวุธสุหนี่รุกคืบยึดเมืองต่อเนื่อง อ้างถอยกลับเพื่อวางกำลังสู้ใหม่
พล.ท.คาซซัม อาตตา ของกองทัพอิรักประกาศถอนกำลังพลเชิงกลยุทธ์ออกจาก 3 เมืองยุทธศาสตร์ทางภาคตะวันตกของประเทศ ทั้งเมืองอัล กาอิม ราวาห์และอานาห์บา โดยมีเป้าหมายเพื่อวางกองกำลังใหม่หวังสู้กลับกลุ่มติดอาวุธชาวสุหนี่ ที่รุกคืบยึดเมืองทางตะวันตกอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาเพียง 2 วัน
“การถอนกำลังทางทหารครั้งนี้มีขึ้นเพื่อวางกองกำลังใหม่เท่านั้น” อาตตา แถลง
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากกลุ่มกองกำลังติดอาวุธสุหนี่ นำโดยกลุ่มรัฐอิสลามอิรักและเลเวนต์ (ไอเอสไอแอล) รุกคืบบุกยึด 4 เมืองสำคัญทางยุทธศาสตร์ทางตะวันตกของอิรักอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงเมืองรุตบาเส้นทางหลักในการขนส่งคนและสินค้าเชื่อมต่อไปจอร์แดนและเมืองอานาห์บา เส้นทางเชื่อมต่อระหว่างซีเรียและอิรักที่อยู่ห่างจากกรุงแบกแดดเพียง 100 กิโลเมตร จุดกระแสความกังวลว่ากลุ่มติดอาวุธจะสามารถเคลื่อนทัพเข้ามาประชิดกรุงแบกแดดได้ในระยะเวลาอันสั้น
นอกจากนี้ กลุ่มติดอาวุธสุหนี่ยังได้บุกยึดเมืองราวาห์ที่ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำยูเฟรทิสและเมืองอนาห์ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของกลุ่มไอเอสไอแอลที่อาจพุ่งเป้าการทำลายล้างไปที่เขื่อนหลักของอิรักในเมืองฮาดิตา ซึ่งมีสถานีพลังงานไฮโดรลิกสามารถผลิตไฟฟ้าได้ราว 1,000 เมกะวัตต์ โดยหากเขื่อนแห่งนี้ถูกโจมตีจะสร้างความเสียหายต่อระบบกระแสไฟฟ้าทั่วอิรัก และทำให้เกิดวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่ กดดันให้กองทัพอิรักต้องเร่งส่งกองกำลังอย่างน้อย 2,000 นาย เข้ามาปกป้องเขื่อนแห่งนี้อย่างเต็มที่
วันเดียวกัน กองกำลังของรัฐบาลซีเรียภายใต้การนำของประธานาธิบดี บาชาร์ อัล อัสซาด ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในพื้นที่ทางตะวันออกของซีเรียติดกับชายแดนของอิรัก ที่กลุ่มอิสลามหัวรุนแรงในซีเรียยึดครองอยู่เนื่องจากเชื่อว่ากลุ่มดังกล่าวให้ความช่วยเหลือกลุ่มติดอาวุธไอเอสไอแอลในอิรัก โดยให้เหตุผลว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นการยื่นมือให้ความช่วยเหลือแก่นายกรัฐมนตรี อัล มาลิกี ของอิรัก ซึ่งเป็นชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ด้วยกัน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 16 คน บาดเจ็บอีกนับสิบ
ทางด้าน จอห์น แคร์รี รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เดินทางเยือนประเทศในแถบตะวันออกกลางและยุโรป เพื่อหารือกับชาติพันธมิตรในประเด็นความมั่นคงทางการเมืองและหาทางรับมือ หากเกิดกรณีภาวะอุปทานน้ำมันชะงักงันจากวิกฤตในอิรัก
รอยเตอร์สรายงานว่า แคร์รีได้เดินทางถึงกรุงไคโรของอียิปต์แล้วเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. เพื่อหารือกับประธานาธิบดี อับเดล ฟัตตาห์ อัลซีซี ของอียิปต์ในประเด็นการส่งเสริมด้านเสรีภาพทางการเมืองในอียิปต์ โดยมีรายงานว่าสหรัฐอนุมัติเงินช่วยเหลือแก่อียิปต์วงเงิน 572 ล้านเหรียญสหรัฐแล้ว หลังจากระงับการให้เงินช่วยเหลือดังกล่าวเมื่อเดือน ต.ค.
ภายหลังจากการเยือนอียิปต์ แคร์รีมีกำหนดเดินทางต่อไปยังกรุงอัมมาน เพื่อหารือกับรัฐมนตรีต่างประเทศของจอร์แดนและมีแผนเยือนอิรัก แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่าเมื่อใด
วิกฤตในอิรักที่ร้อนระอุรายวัน จุดชนวนความกังวลว่าอาจกดดันให้ราคาน้ำมันโลกดีดตัวเพิ่มขึ้น โดยไฟแนนเชียลไทมส์ออกรายงานกึ่งวิเคราะห์ระบุว่า แม้ว่าจนถึงขณะนี้สถานการณ์ในอิรักจะยังไม่กดดันให้ราคาน้ำมันโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างน่ากังวล เนื่องจากการรุกคืบของกลุ่มติดอาวุธสุหนี่ยังจำกัดอยู่เฉพาะทางตอนเหนือและตะวันตก และยังไม่ลุกลามมาทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและส่งออกน้ำมันที่สำคัญของประเทศ
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์คาดว่าหากเหตุวุ่นวายลุกลามมาทางตอนใต้ จนกระทบต่อการผลิตและส่งออกน้ำมันของอิรักอาจกดดันให้ราคาน้ำมันโลกดีดตัวสูงขึ้นถึง 4050 เหรียญสหรัฐ และส่งผลให้ทางสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ต้องปล่อยน้ำมันออกจากคลังสำรองฉุกเฉินในที่สุด







