
สเปน โบกมือลา, อังกฤษ ต้องลุ้นตัวโก่ง
ไม่น่าเชื่อครับว่าฟุตบอลโลก 2014 จะไม่มี สเปน ในรอบน็อกเอาต์อย่างแน่นอนแล้ว
โดย...สุรเดช สันติเลิศประภพ
ไม่น่าเชื่อครับว่าฟุตบอลโลก 2014 จะไม่มี สเปน ในรอบน็อกเอาต์อย่างแน่นอนแล้ว หลังจากที่ทีม “แชมป์เก่า” ต้องพบกับความพ่ายแพ้สองเกมติด หลังจากเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมาพวกเขาพลาดท่าปราชัยให้กับ ชิลี 0-2 ทำให้ สเปน กลายเป็นแชมป์เก่ารายที่ 5 ในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลโลกที่ต้องตกรอบแรกในการกลับมาป้องกันแชมป์
นับตั้งแต่ บราซิล ป้องกันแชมป์โลกเอาไว้ได้ในปี 1962 ยังไม่เคยมีทีมใดอีกเลยที่จะสามารถป้องกันแชมป์โลกของตัวเองไว้ได้ในหนถัดมาไม่เว้นแม้แต่ บราซิล เองก็ตาม ไม่ใช่เรื่องของอาถรรพ์ หรือ ความบังเอิญหรอกครับ แต่การเป็นแชมป์ฟุตบอลโลกนั้นถูกตีกรอบไว้อยู่แล้วด้วยมาตรฐานการเล่นที่คุณจะต้องรักษาระดับเอาไว้ให้ได้
ขณะเดียวกันทีมคู่แข่งต่างก็อยากจะได้ชื่อว่าเอาชนะแชมป์เก่าให้ได้กันทั้งนั้น และนั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ สเปน ในบราซิล หนนี้
ก่อนหน้าฟุตบอลโลกปีนี้จะเริ่มขึ้น สเปน ถูกยกให้อยู่ในตัวเต็งลำดับต้นๆที่จะคว้าแชมป์ เหตุผลหลักๆก็น่าจะมาจากการที่พวกเขามีคุณสมบัติทุกอย่างพร้อมสำหรับการจะป้องกันแชมป์เอาไว้ได้อีกสมัย ทั้งผลงานไร้พ่ายในรอบคัดเลือก การอุดมไปด้วยนักเตะชั้นยอดใน 23 รายชื่อสุดท้ายที่เดินทางมา รวมถึงการมีกุนซือระดับพระกาฬอย่าง บิเซนเต้ เดล บอสเก้ ที่เป็นคนพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2010 ตามด้วยแชมป์ยูโร 2012
อย่างไรก็ดีนักเตะชุดนี้ของสเปนมีอยู่ถึง 7 คนที่อายุแตะเลข 3 แล้ว โดยเฉพาะกับตำแหน่งจอมทัพของ ชาบี้ เอร์นันเดซ ที่อายุมากถึง 34 ปีแล้ว คงมีคนรู้สึกอยากจะเถียงแล้วว่าแล้วทำไมนักเตะอย่าง อันเดรีย ปีร์โล่ ถึงยังเล่นได้ดีอยู่เพราะวัยก็ไม่ได้แตกต่างจาก ชาบี้ มากนัก และเจ้าตัวก็ตัดสินใจที่จะยังไม่แขวนสตั๊ดหลังจบฟุตบอลโลกแต่เลือกที่จะเล่นให้กับ ยูเวนตุส ต้นสังกัดปัจจุบันออกไปอีกอย่างน้อยจนถึงปี 2016
มีการตั้งข้อสังเกตุว่าหนนี้แดนกลางของ สเปน นั้นมีการเคลื่อนที่ๆดูช้าลงกว่าเดิม ผมเชื่อว่าปัจจัยเรื่องความเหนื่อยล้า และ สังขารมาเคาะประตูหน้าบ้านของ ชาบี้ แล้ว เมื่อกองกลางทำเกมไม่ได้นั่นก็ทำให้เกมของ สเปน ดูตื้อไปหมด ความผิดพลาดในจังหวะที่ไม่น่าจะพลาดมีส่วนทำให้ สเปน เสียประตูอย่างไม่น่าเสียในเกมกับ ชิลี และสุดท้ายพวกเขาต้องโดนลงโทษด้วยการถูกเขี่ยตกรอบไปแบบเจ็บแสบ
สเปน ตกรอบไปแล้วทำให้สีสันดูลดลงไปพอสมควร เพราะพวกเขาได้ใจแฟนบอลทั่วโลกจำนวนมหาศาลในช่วงหลายปีหลังมานี้ น่าสนใจครับว่านอกจาก สเปน แล้ว รอบแรกนี้จะมีทีมใหญ่ทีมไหนที่ต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านตามกันไปอีก
ค่ำคืนนี้ยังต้องตามดูทีมใหญ่อีกทีมอย่าง อังกฤษ ว่าจะพลิกสถานการณ์จากความพ่ายแพ้เกมแรกมาสู่โอกาสในการเข้ารอบที่กว้างขึ้นได้หรือไม่
คู่ต่อกรของอังกฤษในค่ำคืนนี้คือ อุรุกวัย อดีตแชมป์โลก 2 สมัยนั่นเอง ที่สำคัญเกมนี้เราน่าจะได้เห็น หลุยส์ ซัวเรซ ดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกฤดูกาลล่าสุด ลงดวลกับเพื่อนร่วมทีมของเขา โดยมีเดิมพันว่าทีมไหนแพ้ตกรอบสถานเดียวค้ำคออยู่
ความน่าจะเป็นของเกมนั้น คุณผู้อ่านคงติดตามจากพรีวิวกันได้นะครับ ผมแค่มาเรียกน้ำย่อยโหมโรงของความน่าสนุกที่จะเกิดขึ้นในช่วงค่ำคืน มาตามลุ้นกันครับว่า อังกฤษ จะทำได้ดีแค่ไหนกับเกมในวันนี้ และสำคัญกว่านั้นคือพวกเขาจะกลายเป็นทีมใหญ่ทีมที่สองต่อจาก สเปน ที่จะร่วงตกรอบแรกในฟุตบอลโลกหนนี้หรือไม่ พลาดไม่ได้จริงๆครับ







