posttoday
อร่อยร้อยลิ้นปี 2 (ตอน 13)

อร่อยร้อยลิ้นปี 2 (ตอน 13)

08 มิถุนายน 2557

สองสัปดาห์ก่อนผมเคยบอกไว้ว่าร้านอาหาร 2 ประเภทที่ผมชอบมากที่สุดคือร้านเหล้า (Izakaya)

สองสัปดาห์ก่อนผมเคยบอกไว้ว่าร้านอาหาร 2 ประเภทที่ผมชอบมากที่สุดคือร้านเหล้า (Izakaya) และร้านไก่ย่าง (Yakitoriya) เพราะชอบบรรยากาศสบายๆ ทำตัวง่ายๆ ไม่ต้องมีพิธีรีตองอะไรมาก แต่พอมานึกอีกทีผมลืมร้านอาหารอีกประเภทนึงไปสนิทเลย ร้าน Okonomiyaki เป็นอีกหนึ่งประเภทที่มีบรรยากาศเป็นกันเอง อาจจะเสียงดังโฉ่งฉ่างกว่าอีก 2 ร้าน แต่ถ้าใครชอบดูพ่อครัวหรือแม่ครัวปรุงอาหารให้กินกันตรงหน้า ร้านแนวนี้ตอบโจทย์ได้ดีกว่า หลายท่านอาจจะคิดว่าร้านโอโคโนมิยากิขายอาหารชนิดเดียวเลยไม่ค่อยได้เข้าไปอุดหนุนกัน แต่อันที่จริงแล้วร้านแนวนี้เขามีเมนูที่หลากหลายกว่าร้าน Yakitori เสียอีก แต่อาจจะไม่เยอะเท่า Izakaya อย่างที่ผมเคยอธิบายไว้ในตอนก่อนๆ หน้านี้แล้วว่า โอโคโนมิยากิจริงๆ แล้วหมายถึงการเอาของที่เราชอบรับประทานมาปรุงบนเตาเทปปัง ซึ่งทำให้เกิดเมนูที่หลากหลาย สมัยก่อนด้วยความอัตคัดวัตถุดิบช่วงสงครามโดยเฉพาะอาหารหลักอย่างข้าว จึงมีการดัดแปลงนำแป้งมาผสมกับวัตถุดิบอื่นๆ ที่พอจะหาได้มาปรุงเป็นอาหารในบ้านโดยใช้กระทะ ภายหลังเมื่อเศรษฐกิจฟื้นฟูผู้คนเริ่มออกมารับประทานข้าวนอกบ้านกันมากขึ้น จึงมีการเปิดร้านอาหารที่ตามใจคนกินโดยมีเมนูหลักๆ คือแป้งที่คลุกผสมกับผักกะหล่ำปลีและวัตถุดิบอื่นๆ ใครอยากให้ใส่อะไรลงไป เช่น ใส่หมู ใส่กุ้ง ใส่ปลาหมึก ทางร้านจัดการให้ได้หมดขอแค่ให้มีวัตถุดิบเท่านั้น ทีนี้เมื่อมีวัตถุดิบที่หลากหลาย ลูกค้าบางคนอยากกินอย่างอื่นที่นอกเหนือจากแป้งทอด ทางร้านซึ่งมีหัวการค้าอยู่แล้วก็ไม่ปฏิเสธ จึงเกิดเมนูต่างๆ ขึ้นตามความชอบของลูกค้า และเมนูบางส่วนก็มาจากเมนูในบ้านนั่นเอง เช่น Tompeiyaki หรือไข่ยัดไส้ และจากการปรุงอาหารในกระทะธรรมดา ก็ได้พัฒนามาเป็นกระทะแผ่นเหล็กหรือ Teppan เพื่อที่จะสามารถปรุงอาหารต่างๆ ได้พร้อมกันโดยใช้เวลาอันสั้น และไม่ต้องเสียเวลาล้างกระทะ เทปปังยากิสเต๊กก็มีขายในร้านโอโคโนมิยากิบางแห่งด้วย อย่างร้าน Chibo ที่ผมไปรับประทานบ่อยๆ เขามีที่นั่งหน้าเตาเอาไว้บริการลูกค้าที่ชอบดูการปรุงอาหาร แต่ก็ต้องยอมรับความคละคลุ้งของควัน และที่สำคัญคือกลิ่นที่จะอบอวลติดตัวท่านไปตลอด ยิ่งถ้าใส่เสื้อแจ็กเกตไปด้วยแล้วต้องใส่ซ้ำๆ กันหลายวันอันนี้ยิ่งต้องพิจารณาให้ดี นอกจากจะบริการโอโคโนมิยากิแบบสามัญแล้ว ร้าน Chibo ยังมีร้านที่ยกระดับเมนูให้หรูหราขึ้นไปเทียบชั้นกับร้าน Teppanyaki Steak ดีๆ อีกด้วย โดยใช้แบรนด์ President Chibo ฟังดูหรูหราสมฐานะท่านประธานเลย

อร่อยร้อยลิ้นปี 2 (ตอน 13)

 

ร้าน President Chibo มีหลายสาขา แต่ส่วนใหญ่ผมจะไปแถวมินามิเพราะมีให้เลือกเยอะ ตรงนั้นเต็มก็ไปตรงโน้นได้สบายดี แต่วันนี้ขอแนะนำสาขาล่าสุดที่ผมไปรับประทาน อยู่ใต้ถุนโรงแรม Nikko Osaka ซึ่งเป็นแหล่งรวมร้านอาหารดีๆ หลายร้าน เช่น Mimiu, Hanamidori, Tajimaya แต่ก็แปลกตรงที่ไม่ค่อยมีคนไทยแวะลงไปรับประทานเท่าไหร่ ร้าน President Chibo สาขานี้มี 3 เคาน์เตอร์รับลูกค้าได้ประมาณร่วมๆ 30 ท่าน เป็นการประสมรวมโอโคโนมิยากิกับเทปปังยากิสเต๊กได้อย่างลงตัว เมนูมีทั้งแบบ A' la carte และ Course ให้เลือกตามความถนัด บ้านผม 4 คนมักจะเลือกสั่ง Course สำหรับผู้ใหญ่ 2 ที่แล้วก็สั่งเมนูเสริมมาให้เด็กๆ รับประทาน คอร์สที่ผมเลือกเป็นแบบถูกสุดคือ Ikoi Course ราคา 4,980 เยน เริ่มต้นด้วยออร์เดิร์ฟซึ่งจะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล รอบนี้เป็นซุปครีมข้นมีผักหลายอย่างใส่มาด้วย ซุปเป็นซุปเย็นรสชาติดีกินกับผักของฤดูใบไม้ผลิอร่อยเกินคาด ตามด้วยสลัดผักสดราดด้วย Creamy Italian Dressing กระตุ้นน้ำย่อยและปรับสภาพลิ้นให้พร้อมรับอาหารรสจัดที่กำลังจะตามมา

อร่อยร้อยลิ้นปี 2 (ตอน 13)

 

อาหารจานแรกเป็นปลาทรายแดง (Seabream) ย่างบนเตาเทปปังราดด้วยครีมซอสรสบ๊วยวางมาบนเต้าหู้ที่มีส่วนผสมของ Yuzu ออกรสอมเปรี้ยวนิดๆ เนื้อปลาสดและนุ่มมาก ที่สำคัญคือไม่เละ ครีมซอสช่วยให้รสชาติโดดเด่นขึ้นยิ่งรับประทานสลับกับเต้าหู้ด้วยยิ่งได้รสชาติที่แตกต่างจากที่เคยรับประทานมา อาหารจานหลักปกติจะเสิร์ฟ Serlion เนื้อวัวญี่ปุ่น (Kuroge Wagyu) ถ้าจะเปลี่ยนเป็น Fillet ก็เพิ่มเงินอีก 1,000 เยน แต่รอบนี้ผมอยากลองเมนูสำหรับลูกค้าที่ไม่รับประทานเนื้อดู ทางร้านเลยเปลี่ยนเป็นกุ้งและหอยเชลล์ให้แทน กุ้งลายเสือเป็นๆ เสียบเหล็กมายังกระดุกกระดิกอยู่เลย พ่อครัวค่อยๆ ชำแหละกุ้งแยกตัวออกจากหัวและหาง จากนั้นก็ลอกเปลือกกุ้งออก แล้วเอาแผ่นเหล็กทับหัวกับหางให้แบนและย่างจนกรอบ ส่วนตัวก็ย่างโรยเกลือกับพริกไทยแล้วประกอบร่างใหม่เสริฟมาพร้อมกันทั้งหัวตัวและหาง คำแรกที่ส่งเข้าปากขออุทานแบบไม่สุภาพว่า โคตรอร่อยเลยครับ เนื้อกุ้งนุ่มหนึบกับหัวหางที่กรุบกรอบเค็มๆ มันๆ ช่างเข้ากันได้ดีน้ำจิ้มอะไรไม่ต้องเลยนะครับ ตอนแรกผมดูแล้วแอบนึกเสียดายว่าน่าจะสู้เนื้อไม่ได้เอาจริงๆ คือมันแค่เอามาเทียบกันไม่ได้แต่ความอร่อยนั้นสู้ได้ไม่อายเลยครับ ส่วนหอยเชลล์ (Hotate) ก็ตัวใหญ่ได้ใจแค่หน้าตาก็ดูสดน่ารับประทานแล้ว พอพ่อครัวเริ่มย่างกลิ่นก็หอมฉุยชวนรับประทาน พ่อครัวเสริฟให้คนละ 2 ตัวใหญ่ ต้องย้ำว่าใหญ่จริงๆ คือถ้าใส่ปากทั้งตัวนี่เคี้ยวลำบากเพราะเต็มคำคับปากไปหมดต้องรับประทานทีละครึ่งถึงกำลังเหมาะ ที่สำคัญรสชาติอร่อยมากเพราะหอยสดแค่ย่างกับเกลือก็อร่อยแล้ว คำนี้ไม่ต้องจิ้มอะไรเลยเช่นกัน

อร่อยร้อยลิ้นปี 2 (ตอน 13)

 

ปิดท้ายเลือกได้ว่าจะเอาโอโคโนมิยากิหรือ Yakisoba บ้านผมรับประทาน 2 ชุดเลยแยกสั่งทั้ง 2 อย่าง Chibo เขาเด่นเรื่องโอโคโนมิยากิอยู่แล้วหายห่วงได้ แป้งและผักคลุกเคล้าเข้ากันดีมีเบคอนและปลาหมึกใส่รวมมาด้วย ส่วนยากิโซบะก็เป็นเมนูยอดฮิตเช่นกัน เส้นโซบะผัดออกมาได้นุ่มเครื่องก็ไม่น้อยมีทั้งกุ้ง ปลาหมึก หอยเชลล์และเบคอน ผัดคลุกเคล้ากับซอส เด็กๆ ชอบกันทุกคน แต่มาร้านนี้แล้วจะขาดเมนูหนึ่งที่ผมติดใจได้อย่างไร ไข่ยัดไส้ Tompeiyaki เมนูประจำบ้านผมเลย ต้องสั่งเพิ่มไปเพราะเด็กรับประทานได้ผู้ใหญ่รับประทานดีสั่งที่เดียวไม่เคยพอต้องเบิ้ลทุกครั้ง และบังเอิญเหลือบไปเห็นอีกเมนูหนึ่งน่าสนใจคือ Konnyaku ก็เลยลองสั่งมารับประทานดู ปกติก้อนบุกนี่จะไม่มีรสชาติแต่ทางร้านนำมาย่างและเติมรสชาติเข้าไปทำให้เมนูนี้ถูกใจผมมากเพราะอร่อยและมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายด้วย อิ่มอร่อยจนพุงแทบแตกรับประทานกัน 4 คนหมดไปแค่หมื่นต้นๆ เป็นเทปปังยากิที่ราคาไม่แพงแต่อร่อยทุกเมนูเลยครับ

อร่อยร้อยลิ้นปี 2 (ตอน 13)

 

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม