posttoday
ไทยวุ่นทำพม่าอ่วมส่อย้ายแหล่งนำเข้า-ลดการพึ่งพิง

ไทยวุ่นทำพม่าอ่วมส่อย้ายแหล่งนำเข้า-ลดการพึ่งพิง

04 มิถุนายน 2557

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

เว็บไซต์ข่าวของหนังสือพิมพ์ แชนแนล นิวส์ เอเชีย จากสิงคโปร์ นำเสนอรายงานผลกระทบของความวุ่นวายทางการเมืองในไทยต่อธุรกิจในพม่า โดยฉายภาพให้เห็นว่า ธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้านแห่งนี้กำลังได้รับผลกระทบทั้งด้านการท่องเที่ยวและการดำเนินธุรกิจ ขณะที่ผู้ประกอบการ เปิดเผยว่า ต้องการให้รัฐบาลพม่าลดการพึ่งพาไทยลง

รายงานได้อ้างทัศนะของ โพนเปียงอู กรรมการ บริหารของสมาคมการท่องเที่ยวพม่า ที่ระบุว่า ภาวะความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศไทย ทำให้นักท่องเที่ยวจากยุโรปเดินทางไปยังพม่าไม่สะดวกนัก เนื่องจากกว่า 80% ของเที่ยวบินขาเข้าพม่าต้องผ่านสนามบินที่กรุงเทพฯ พร้อมคาดว่าปีนี้นักท่องเที่ยวจากยุโรปจะลดลงถึง 20%

นอกจากนี้ ภาวะความวุ่นวายทางการเมืองไทยในช่วงที่ผ่านมา ทำให้นักธุรกิจพม่าเริ่มรู้สึกได้ถึงความเชื่องช้าในการขนส่งสินค้าและการดำเนินธุรกิจ ส่งผลให้นักธุรกิจพม่าหลายรายเริ่มกระตุ้นให้รัฐบาลหาแหล่งที่มาของสินค้าใหม่ๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงในอนาคต

“นับเป็นโอกาสที่ดี ที่เราจะสามารถกระจายตลาดให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น หากเราไม่สามารถหาวัตถุดิบหรือสินค้านำเข้าที่เหมาะสมได้จากประเทศไทย” ดร.หม่องดอง ที่ปรึกษากระทรวงพาณิชย์ของพม่า ระบุ

ไทยถือเป็นประเทศที่มีความสำคัญสูงต่อเศรษฐกิจพม่า ทั้งเป็นแหล่งนำเข้าสินค้าหลัก และเป็นแหล่งที่มาของเงินลงทุนจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ในพม่า โดยในปี 2013 ที่ผ่านมา มูลค่าการลงทุนจากประเทศไทยมีอยู่ราว 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.2 แสนล้านบาท) หรือคิดเป็น 22% ของเอฟดีไอทั้งหมดในพม่า

แชนแนล นิวส์ เอเชีย รายงานต่อไปว่า ขณะนี้ทางการพม่ากำลังกังวลว่า ผลกระทบจากวิกฤตการเมืองไทยที่ยืดเยื้อจะส่งผลให้แรงงานอพยพชาวพม่าในเมืองไทยตกงาน และกังวลต่อความล่าช้าในความร่วมมือในโครงการระดับทวิภาคี เช่น โครงการลงทุนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ

อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันนี้ เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ เมียนมาร์ ไทมส์ ของพม่า เสนอรายงานเชิงวิเคราะห์ระบุว่า ภาวะกองทัพเข้ายึดอำนาจในประเทศไทย จะส่งผลกระทบต่อการลงทุนของนักลงทุนไทยในพม่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะนักธุรกิจชาวไทยให้ความสำคัญกับทรัพยากรธรรมชาติและปัจจัยเกื้อหนุนการทำธุรกิจในพม่าเป็นสำคัญ

“สิ่งที่นักลงทุนไทยกังวลมากกว่า คือ ภาวะขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานและราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วมากกว่า” ดอว์ ตินติน ทเว ที่ปรึกษาอาวุโสของบริษัท ปารามี เอ็นเนอร์จี กรุ๊ป ผู้ลงทุนด้านพลังงานในพม่า กล่าว

ความเห็นดังกล่าวยังสอดคล้องกับทัศนะของ จอว์ซูเต็ง ผู้อำนวยการแผนกประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่ไม่คิดว่าการยึดอำนาจของกองทัพในไทยจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนในพม่าและการร่วมตัวกันเป็นเออีซีของอาเซียน แต่อาจจะมีผลกระทบต่อการไหลเวียนของภาคแรงงานและบริการ

นอกจากนี้ เมียนมาร์ ไทมส์ ยังอ้างความเห็นของ แลร์รี จาแกน นักข่าวและนักวิเคราะห์ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ผู้ชี้ให้เห็นว่า ถึงแม้ไทยจะเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่เป็นอันดับ 2 ในพม่า ทว่านักลงทุนไทยกลับไม่ลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ ต่างจากนักลงทุนจากเอเชียด้วยกันอย่างจีนและญี่ปุ่น

จาแกน ยังแสดงความเห็นต่ออนาคตของโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ที่กำลังอยู่ในความสนใจของนักลงทุนไทยและพม่าจำนวนมาก ระบุว่า ไทยมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการทวายในระดับการลงทุนภาคเอกชนเท่านั้น ไม่ใช่ในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล ดังนั้นจึงมีแต่เฉพาะการพิจารณาทางเศรษฐกิจเท่านั้นที่มีผลต่อความกระตือรือร้นในการลงทุนของไทย โดยไม่เกี่ยวข้องกับว่าใครจะขึ้นมาเป็นรัฐบาล

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69