posttoday
ไทยหลุดโผ FDI โลก สิงค์โปร์แจ๋ว มาเลย์ก้าวกระโดด

ไทยหลุดโผ FDI โลก สิงค์โปร์แจ๋ว มาเลย์ก้าวกระโดด

03 มิถุนายน 2557

การเปรียบเทียบดัชนีผลสำรวจความเชื่อมั่นในการลงทุนของผู้บริหารระดับสูงในบริษัทเอกชน ปี 2013-2014

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

การเปรียบเทียบดัชนีผลสำรวจความเชื่อมั่นในการลงทุนของผู้บริหารระดับสูงในบริษัทเอกชน ปี 2013-2014 ของบริษัท เอที เคียร์นีย์ ผู้ให้บริการคำปรึกษาด้านการจัดการในรัฐชิคาโกของสหรัฐ เปิดเผยให้เห็นว่า ในปีนี้ไทยหลุดออกจากการเป็นจุดหมายที่มีมนต์เสน่ห์ต่อการลงทุนของนักธุรกิจต่างชาติมากที่สุด 25 ประเทศ โดยในปี 2013 ที่ผ่านมา ไทยอยู่ในอันดับที่ 17 และได้คะแนน 1.63 จุด จากคะแนนเต็มที่ 2.5 จุด

ขณะเดียวกัน ประเทศอื่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่ติดอยู่ใน 25 อันดับในปี 2013 ทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ยังคงเสน่ห์ในการดึงดูดการลงทุน และสิงคโปร์กับมาเลเซียยังได้รับการปรับอันดับสูงขึ้นอีกด้วย โดยสิงคโปร์ปรับขึ้นจากอันดับที่ 10 ในปี 2013 เป็นอันดับที่ 9 ในปี 2014 ขณะที่มาเลเซียปรับตัวจากอันดับที่ 25 เป็นอันดับที่ 15 อย่างไรก็ตาม อันดับของอินโดนีเซียปรับลดลงจากที่ 24 เป็นที่ 25

สำหรับการจัดอันดับในปี 2014 นี้ สหรัฐเป็นจุดหมายที่มีมนต์เสน่ห์ต่อการลงทุนของนักธุรกิจต่างชาติมากที่สุด โดยได้คะแนนที่ 2.16 จุด จากคะแนนเต็ม 2.5 จุด ขณะที่อันดับรองลงมา ได้แก่ จีน แคนาดา อังกฤษ และบราซิล ตามลำดับ

ส่วนรัสเซียซึ่งเคยได้อันดับ 11 ในปีที่แล้ว หลุดออกจากการจัดอันดับ 25 ประเทศที่ทำการสำรวจเช่นกัน ขณะที่อินเดียลดลงมาอยู่ที่ 7 จากเดิมที่ 5 ในปีที่แล้ว เช่นเดียวกับเม็กซิโกที่ร่วงลงมาอยู่ที่ 12 จากเดิมอยู่ในลำดับที่ 9

อย่างไรก็ตาม เว็บไซต์ธิงค์แอดไวเซอร์ เว็บไซต์ข่าวเผยแพร่ข้อมูลด้านการลงทุน เสนอรายงานเชิงวิเคราะห์ระบุว่า นักลงทุนยังคงไม่ทิ้งความหวังในการลงทุนในประเทศไทยแม้ว่าจะเกิดการรัฐประหารขึ้น พร้อมเฝ้าจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อหวังว่าไทยจะสามารถฟื้นฟูตัวเองอย่างรวดเร็ว และมีเสถียรภาพในระยะยาว

รายงานยังได้อ้างความเห็นของ แอรอน วีส ผู้จัดการกองทุนฟอร์เวิร์ด โกลบอล อินฟราสตรักเจอร์ ฟันด์ ที่ลงทุนในประเทศไทย ระบุว่า การควบคุมอำนาจของกองทัพไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เพราะเศรษฐกิจไทยมีภูมิต้านทานทางการเมือง หลังต้องเผชิญกับการรัฐประหารถึง 12 ครั้ง และไม่เคยมีสักครั้งที่การยึดอำนาจของฝ่ายทหารจะส่งผลเสียต่อสภาพเศรษฐกิจในระยะยาว

“ในระยะสั้น จุดเปลี่ยนที่ทหารเข้ามาควบคุมการเมืองถือเป็นผลดี เพราะจะนำความมีเสถียรภาพและความหวังที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วมาสู่ประเทศไทย” วีส ระบุ

ความเห็นดังกล่าวยังสอดรับกับทัศนะของ ราจีฟ เดอ เมลโล หัวหน้าแผนกการลงทุนในตราสารหนี้เอเชียของโชร์เดอร์ บริษัทจัดการการลงทุนของอังกฤษในสิงคโปร์ ที่ระบุว่า การควบคุมอำนาจรัฐบาลของทหารไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนมากนัก เพราะประเทศไทยยังมีปัจจัยพื้นฐานที่ดีอยู่

“ขณะนี้การนำเข้าปรับตัวลดลง แต่การส่งออกมีความมั่นคง ซึ่งหมายความว่าดุลการค้าของกำลังปรับสู่ภาวะเกินดุล นับว่าส่งผลดีต่อสกุลเงินบาท” เดอ เมลโล กล่าว

นอกจากนี้ เดอ เมลโล ยังระบุต่อไปว่า ไทยยังมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศราว 1.6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.4 ล้านล้านบาท) นับเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับรัฐบาลในการต่อสู้กับความผันผวนของค่าเงิน

อย่างไรก็ดี วีสเสนอว่า สุดท้ายแล้วหากความวุ่นวายทางการเมืองยังคงยืดเยื้อ ย่อมไม่ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ เพราะจะเกิดการชะลอตัวของการใช้จ่ายทั้งภาครัฐและเอกชน แต่ทว่าหากมีการเลือกตั้งโดยปราศจากการปฏิรูป การเมืองไทยจะกลับสู่ความวุ่นวายเช่นเดิม

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69