
อ้างพบภาพบินมาเลย์ ออสเตรเลียขยายพื้นที่ค้นหา
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
ภารกิจค้นหาเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส บริเวณตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดียที่ดำเนินมาอย่างยาวนานหลายสัปดาห์อาจไร้ความหมาย เมื่อเว็บไซต์ข่าว นิวส์ ดอท คอม ดอท เอยู ของออสเตรเลีย รายงานว่า ไมเคิล โฮเบล นักบินชาวสหรัฐ วัย 60 ปี พบวัตถุต้องสงสัยเป็นเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ที่ผ่านมา บริเวณอ่าวไทยห่างจากชายฝั่ง จ.สงขลา ไปไม่กี่กิโลเมตร
โฮเบลระบุต่อไปว่า เจ้าตัวต้องการมีส่วนในการช่วยตามหาเครื่องบินลำดังกล่าว จึงได้เข้าไปตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมจากเว็บไซต์ ทอมนอด ดอท คอม หลายพันรูปก่อนจะพบรูปที่มีลักษณะคล้ายเครื่องบินจมอยู่ใต้ทะเล โดยภาพดังกล่าวได้รับการบันทึกหลังจากเครื่องบินขาดการติดต่อไปไม่กี่วันเท่านั้น
“ผมต้องกลับมาดูซ้ำหลายรอบ เพราะผมแทบไม่เชื่อสายตาตนเองว่าจะพบเครื่องเอ็มเอช 370 จริง” โฮเบล กล่าว
อย่างไรก็ดี หลังจากที่โฮเบลพบรูปต้องสงสัยดังกล่าว เจ้าตัวได้พยายามติดต่อคณะกรรมการความปลอดภัยทางการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐ (เอ็นเอสบีที) และสำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ (เอฟบีไอ) เพื่อแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับรูปที่พบ แต่ไม่ได้รับการติดต่อกลับแต่อย่างใด
ทั้งนี้ เครื่องบินเอ็มเอช 370 ได้ขาดการติดต่อกับหอบังคับการบินมาเลเซียตั้งแต่วันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ระหว่างทำการบินจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย มุ่งหน้าสู่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน โดยอ่าวไทยถือเป็นเส้นทางบินที่เอ็มเอช 370 ต้องบินผ่าน และเป็นจุดแรกที่เริ่มทำการค้นหาหลังพบว่าเครื่องบินลำดังกล่าวขาดการติดต่อไป ก่อนจะย้ายไปทำภารกิจค้นหาที่บริเวณช่องแคบมะละกาทางใต้มหาสมุทรอินเดียนอกชายฝั่งประเทศออสเตรเลียในเวลาต่อมา ตามลำดับ
อย่างไรก็ดี ขณะนี้หลายฝ่ายคาดการณ์กันว่า เครื่องบินลำดังกล่าวน่าจะตกลงไปในท้องทะเลที่ไหนสักแห่งแล้วและไม่น่ามีผู้รอดชีวิต นอกจากนี้แบตเตอรี่ของเครื่องส่งสัญญาณจากกล่องดำที่คอยบอกตำแหน่งของเครื่องบินลำนี้ได้หมดลงแล้ว ทำให้การค้นหายากขึ้นทวีคูณ
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี โทนี แอบบอตต์ ได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่นยอมรับว่า มีโอกาสน้อยมากที่จะพบชิ้นส่วนของเครื่องบินบริเวณพื้นผิวทะเล และจะเปลี่ยนรูปแบบการค้นหาตามขั้นตอนใหม่ โดยจะเพิ่มพื้นที่ค้นหาใต้มหาสมุทรอีก 6 หมื่นตารางกิโลเมตร ซึ่งพื้นที่ค้นหาจะถูกกำหนดโดยวิเคราะห์จากข้อมูลของดาวเทียมร่วมกับสัญญาณที่คาดว่าน่าจะมาจากเครื่องส่งสัญญาณของกล่องดำก่อนที่แบตเตอรี่จะหมด
นอกจากนี้ แอบบอตต์ ยังระบุต่อไปว่า ได้ปรึกษากับทางการมาเลเซียว่าจะให้เอกชนเข้ามาดำเนินการค้นหาต่อ โดยคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 55.8 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1,800 ล้านบาท) และอาจจะต้องใช้เวลาในการค้นหาราว 68 เดือน
การออกแถลงการณ์ของแอบบอตต์นับเป็นการส่งสัญญาณให้นานาชาติยุติปฏิบัติการค้นหาทางอากาศลง เหลือแต่เรือบางลำเท่านั้นที่ยังจะช่วยค้นหาต่อไป โดยเครื่องบินที่เข้าร่วมภารกิจค้นหาจะเดินทางกลับประเทศของตัวเองภายใน 23 วันนี้
ในวันเดียวกันนี้ ทางการมาเลเซียได้เปิดเผยเสียงพูดคุยติดต่อกันระหว่างหอบังคับการบินและเครื่องบินเอ็มเอช 370 แก่ญาติของผู้โดยสารบนเครื่องบินเอ็มเอช 370 ที่ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ซึ่งสร้างความพอใจให้กับบรรดาญาติๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“มาเลเซีย สาม เจ็ด ศูนย์ ติดต่อหอบังคับการบิน โฮจิมินห์ 120.9 ราตรีสวัสดิ์” หอบังคับการบินมาเลเซีย เปิดเผย
“ราตรีสวัสดิ์ มาเลเซีย สาม เจ็ด ศูนย์” เสียงที่คาดว่าน่าจะเป็นเสียงของลูกเรือบนเครื่อง ตอบ
พร้อมกันนี้ ยังจัดทำแผนที่นำเสนอเส้นทางการก่อนที่เครื่องบินลำดังกล่าวจะหายไปอีกด้วย
ก่อนหน้าที่ทางการมาเลเซียมักถูกกล่าวหาปิดบังข้อมูลและให้ข้อมูลไม่ชัดเจน กรณีดังกล่าวสอดรับกับทางประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐที่กล่าวว่า ทางการมาเลเซียยังไม่ใช้ความพยายามมากพอในการค้นหาเครื่องบินลำที่หายไป







