
เรือจีนจับสัญญาณ 'ปิง ปิง' ได้ จุดประกายความหวังพบ HM370
เรือค้นหาเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ของจีน เปิดเผยว่า
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
เรือค้นหาเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ของจีน เปิดเผยว่า สามารถจับสัญญาณ “ปิง ปิง” ได้ ในพื้นที่ตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย ทว่ายังไม่มีหลักฐานพิสูจน์ชัดว่าเกี่ยวข้องกับเที่ยวบินที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยหรือไม่
สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานว่า เครื่องตรวจจับสัญญาณกล่องดำของเรือสามารถจับสัญญาณความถี่ที่ 37.5 กิโลเฮิรตซ์ต่อวินาทีได้ ซึ่งคล้ายคลึงกับสัญญาณบีคอนจากเครื่องพินเจอร์ที่ส่งออกมาจากกล่องบันทึกการบิน
ความคืบหน้าครั้งนี้ นับเป็นการจุดประกายความหวัง หลังการหายไปของเครื่องบินเอ็มเอช 370 กินเวลาเกือบครบ 1 เดือน ซึ่งเป็นกำหนดที่อายุงานแบตเตอรี่ของเครื่องส่งสัญญาณจะสิ้นสุดลง
อย่างไรก็ตาม ด้านสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น สหรัฐ เปิดเผยรายงานอ้างข้อมูลจากผู้ผลิตเครื่องส่งสัญญาณ (พินเจอร์) ซึ่งระบุว่า แบตเตอรี่ของเครื่องดังกล่าวอาจมีอายุการใช้งานต่ำกว่า 30 วัน เนื่องจากทางสายการบินไม่ได้ส่งเครื่องมาให้บริษัททำการเปลี่ยนแบตเตอรี่ ซึ่งครบกำหนดตั้งแต่ปี 2012 แต่อย่างใด
ทั้งนี้ อานิช พาเทล ประธาน บริษัท ดูคาเน ซีคอม แห่งซาราโซตา ในรัฐฟลอริดา ผู้ผลิตเครื่องส่งสัญญาณบีคอน หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า พินเจอร์ เปิดเผยกับทางซีเอ็นเอ็นโดยคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ 3 ทาง คือ 1) สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส อาจจัดการเปลี่ยนแบตเรียบร้อยแล้ว 2) จ้างบริษัทอื่นมาจัดการให้ และ 3) ไม่ทำอะไรเลย ซึ่งถ้าเป็นไปตามข้อสุดท้าย แบตเตอรี่จะมีอายุงานเพียง 20-25 วันเท่านั้น
รายงานระบุว่า ทางสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ยังไม่มีการแสดงความเห็นใดๆ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่ในอีเมลที่ส่งมาถึงซีเอ็นเอ็นช่วงปลายเดือน มี.ค. ระบุว่า สายการบินได้รับการเตือนถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมยืนยันว่า ตัวแบตเตอรี่เป็นแบบที่เปลี่ยนไม่ได้ ซึ่งได้รับการติดตั้งโดยตรงจากทางผู้ผลิต
ทั้งนี้ แม้จะพยายามเร่งรัดเพื่อแข่งกับเวลาที่เหลือเพียงน้อยนิด แต่ทีมค้นหาซึ่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่จาก 25 ประเทศ พร้อมด้วยเครื่องมืออุปกรณ์และยานพาหนะบนเรือ บนฟ้า และใต้น้ำ กลับไร้ความคืบหน้า โดยสาเหตุหลักส่วนหนึ่งมาจากการที่เจ้าหน้าที่ยังไม่อาจระบุตำแหน่งที่แน่ชัดของจุดที่เครื่องบินตกได้
กูฟฟรีย์ โทมัส หัวหน้าบรรณาธิการเว็บไซต์แอร์ไลน์ เรทติ้งส์ ดอทคอม ระบุว่า กุญแจสำคัญคือการค้นพบเศษซากของเครื่องบินที่ลอยขึ้นมาผิวน้ำ เพราะจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตีวงพื้นที่ค้นหาให้แคบขึ้นได้ อย่างน้อยก็สามารถทำให้เจ้าหน้าที่คำนวณจุดตก และจุดที่กล่องบันทึกการบินอาจตกอยู่
กระนั้น ในกรณีที่ลงมือทำทุกทางอย่างสุดความสามารถและยังคว้าน้ำเหลว โทมัส แสดงความเห็นว่า ทางเลือกที่เหลืออยู่ก็คือ การขอความร่วมมือจากนานาประเทศในการลงมือสำรวจพื้นทะเลของมหาสมุทรอินเดียอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ต้องใช้งบประมาณมหาศาล ความพยายามอย่างยิ่งยวด และอาจกินเวลายาวนานหลายปี
จนถึงขณะนี้ พื้นที่การค้นหาโดยรวมทั้งหมดอยู่ที่ 2.17 แสนตารางกิโลเมตร ทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย โดยอยู่ห่างจากเมืองเพิร์ท ภูมิภาคตะวันตกของออสเตรเลียราว 1,700 กิโลเมตร โดยจุดที่ค้นหาจะมีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่วิเคราะห์ได้จากดาวเทียม เรดาร์ และจุดที่มีการค้นพบวัตถุต้องสงสัยที่อาจมาจากเครื่องบินเอ็มเอช 370







