posttoday
เรือจีนจับสัญญาณ 'ปิง ปิง' ได้ จุดประกายความหวังพบ HM370

เรือจีนจับสัญญาณ 'ปิง ปิง' ได้ จุดประกายความหวังพบ HM370

06 เมษายน 2557

เรือค้นหาเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ของจีน เปิดเผยว่า

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

เรือค้นหาเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินเอ็มเอช 370 ของจีน เปิดเผยว่า สามารถจับสัญญาณ “ปิง ปิง” ได้ ในพื้นที่ตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย ทว่ายังไม่มีหลักฐานพิสูจน์ชัดว่าเกี่ยวข้องกับเที่ยวบินที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยหรือไม่

สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน รายงานว่า เครื่องตรวจจับสัญญาณกล่องดำของเรือสามารถจับสัญญาณความถี่ที่ 37.5 กิโลเฮิรตซ์ต่อวินาทีได้ ซึ่งคล้ายคลึงกับสัญญาณบีคอนจากเครื่องพินเจอร์ที่ส่งออกมาจากกล่องบันทึกการบิน

ความคืบหน้าครั้งนี้ นับเป็นการจุดประกายความหวัง หลังการหายไปของเครื่องบินเอ็มเอช 370 กินเวลาเกือบครบ 1 เดือน ซึ่งเป็นกำหนดที่อายุงานแบตเตอรี่ของเครื่องส่งสัญญาณจะสิ้นสุดลง

อย่างไรก็ตาม ด้านสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น สหรัฐ เปิดเผยรายงานอ้างข้อมูลจากผู้ผลิตเครื่องส่งสัญญาณ (พินเจอร์) ซึ่งระบุว่า แบตเตอรี่ของเครื่องดังกล่าวอาจมีอายุการใช้งานต่ำกว่า 30 วัน เนื่องจากทางสายการบินไม่ได้ส่งเครื่องมาให้บริษัททำการเปลี่ยนแบตเตอรี่ ซึ่งครบกำหนดตั้งแต่ปี 2012 แต่อย่างใด

ทั้งนี้ อานิช พาเทล ประธาน บริษัท ดูคาเน ซีคอม แห่งซาราโซตา ในรัฐฟลอริดา ผู้ผลิตเครื่องส่งสัญญาณบีคอน หรือที่รู้จักกันทั่วไปว่า พินเจอร์ เปิดเผยกับทางซีเอ็นเอ็นโดยคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ 3 ทาง คือ 1) สายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส อาจจัดการเปลี่ยนแบตเรียบร้อยแล้ว 2) จ้างบริษัทอื่นมาจัดการให้ และ 3) ไม่ทำอะไรเลย ซึ่งถ้าเป็นไปตามข้อสุดท้าย แบตเตอรี่จะมีอายุงานเพียง 20-25 วันเท่านั้น

รายงานระบุว่า ทางสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ยังไม่มีการแสดงความเห็นใดๆ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่ในอีเมลที่ส่งมาถึงซีเอ็นเอ็นช่วงปลายเดือน มี.ค. ระบุว่า สายการบินได้รับการเตือนถึงประเด็นดังกล่าว พร้อมยืนยันว่า ตัวแบตเตอรี่เป็นแบบที่เปลี่ยนไม่ได้ ซึ่งได้รับการติดตั้งโดยตรงจากทางผู้ผลิต

ทั้งนี้ แม้จะพยายามเร่งรัดเพื่อแข่งกับเวลาที่เหลือเพียงน้อยนิด แต่ทีมค้นหาซึ่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่จาก 25 ประเทศ พร้อมด้วยเครื่องมืออุปกรณ์และยานพาหนะบนเรือ บนฟ้า และใต้น้ำ กลับไร้ความคืบหน้า โดยสาเหตุหลักส่วนหนึ่งมาจากการที่เจ้าหน้าที่ยังไม่อาจระบุตำแหน่งที่แน่ชัดของจุดที่เครื่องบินตกได้

กูฟฟรีย์ โทมัส หัวหน้าบรรณาธิการเว็บไซต์แอร์ไลน์ เรทติ้งส์ ดอทคอม ระบุว่า กุญแจสำคัญคือการค้นพบเศษซากของเครื่องบินที่ลอยขึ้นมาผิวน้ำ เพราะจะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตีวงพื้นที่ค้นหาให้แคบขึ้นได้ อย่างน้อยก็สามารถทำให้เจ้าหน้าที่คำนวณจุดตก และจุดที่กล่องบันทึกการบินอาจตกอยู่

กระนั้น ในกรณีที่ลงมือทำทุกทางอย่างสุดความสามารถและยังคว้าน้ำเหลว โทมัส แสดงความเห็นว่า ทางเลือกที่เหลืออยู่ก็คือ การขอความร่วมมือจากนานาประเทศในการลงมือสำรวจพื้นทะเลของมหาสมุทรอินเดียอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ต้องใช้งบประมาณมหาศาล ความพยายามอย่างยิ่งยวด และอาจกินเวลายาวนานหลายปี

จนถึงขณะนี้ พื้นที่การค้นหาโดยรวมทั้งหมดอยู่ที่ 2.17 แสนตารางกิโลเมตร ทางตอนใต้ของมหาสมุทรอินเดีย โดยอยู่ห่างจากเมืองเพิร์ท ภูมิภาคตะวันตกของออสเตรเลียราว 1,700 กิโลเมตร โดยจุดที่ค้นหาจะมีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่วิเคราะห์ได้จากดาวเทียม เรดาร์ และจุดที่มีการค้นพบวัตถุต้องสงสัยที่อาจมาจากเครื่องบินเอ็มเอช 370

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน