posttoday
บินมาเลย์หายไม่รู้สาเหตุ ‘นานาชาติ’ร่วมมือเร่งหา

บินมาเลย์หายไม่รู้สาเหตุ ‘นานาชาติ’ร่วมมือเร่งหา

16 มีนาคม 2557

เป็นเวลามากกว่า 1 สัปดาห์แล้ว ที่เครื่องบินของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส

เป็นเวลามากกว่า 1 สัปดาห์แล้ว ที่เครื่องบินของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบินเอ็มเอช 370 พร้อมด้วยผู้โดยสารและลูกเรือทั้งหมด 239 คน หายไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งนานาประเทศก็ร่วมมือกันเดินหน้าค้นหากันอย่างต่อเนื่อง ทว่าก็ยังไม่พบร่องรอยใดๆ ท่ามกลางข่าวลือที่เกิดขึ้นมาตลอดทั้งสัปดาห์

ตั้งแต่เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ มีการสันนิษฐานว่าเที่ยวบินดังกล่าวอาจถูกก่อการร้าย หลังมีรายงานว่า มีผู้โดยสาร 2 คน ใช้หนังสือเดินทางที่ถูกขโมยไทย จนไทยนั้นตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสื่อต่างประเทศและนักวิเคราะห์ในทันที ว่าไทยเป็นศูนย์กลางขบวนการเครือข่ายก่อการร้ายและการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ

อย่างไรก็ตาม องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (อินเตอร์โพล) เจ้าหน้าที่สำนักงานสอบสวนกลางของสหรัฐ (เอฟบีไอ) และตำรวจของแดนเสือเหลืองเอง ไม่ปักใจเชื่อว่า เป็นการก่อการร้าย ส่วนทางการมาเลเซียเองนั้น ระบุว่า ไม่ได้ปัดตกความเป็นไปได้ทั้งหมดที่ทำให้เครื่องบินลำดังกล่าวสูญหายไป ไม่ว่าจะเป็นความผิดพลาดของนักบิน ระบบเครื่องยนต์ล้มเหลว การก่อวินาศกรรม และการก่อการร้าย

ขณะเดียวกัน การค้นหาช่วงแรกมุ่งไปบริเวณทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่เครื่องบินสื่อสารกับศูนย์ควบคุมการบิน ทว่าช่วงกลางสัปดาห์ มีเจ้าหน้าที่รายหนึ่งในกองทัพมาเลเซียระบุว่า เรดาร์กองทัพจับได้ว่า เครื่องบินบินไปทางตะวันตก ไปทางช่องแคบมะละกา ทำให้การค้นหาเริ่มขยายไปทางทะเลอันดามันด้วย

ทั้งนี้ คำแถลงของทางการมาเลเซียนั้น ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากขาดความชัดเจน ข้อมูลที่มีความสับสน

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ทางนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ของมาเลเซีย แถลงอย่างเป็นทางการ วันที่ 15 มี.ค. ระบุว่า การกระทำที่ทำให้เครื่องบินนั้นหายไปเกิดจากการตั้งใจของบางคนบนเครื่องบินที่จงใจปิดระบบการสื่อสารและระบบติดตามเครื่องบิน พร้อมกับบินออกนอกเส้นทางเดิม โดยมีความเป็นไปได้ว่า เครื่องบินบินต่อไป หลังขาดการติดต่อกับกับศูนย์ควบคุมการบินไปอีกถึงเกือบ 7 ชั่วโมง พร้อมระบุว่า จะยังคงสืบสวนทุกๆ ความเป็นไปได้ที่ทำให้เครื่องบินออกนอกเส้นทาง

ศก.จีนส่อชะลอ สถานการณ์ยูเครนพาหุ้นดิ่งทองขึ้น

สำหรับสถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจในสัปดาห์ที่ผ่านมาต้องยกให้จีน หลังจากที่สัญญาณชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนมีความชัดเจนมากขึ้น เห็นได้จากผลผลิตอุตสาหกรรมเดือน ม.ค. และ ก.พ. เติบโตขึ้นเพียง 8.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของทุกปี ที่นับว่าเป็นผลงานที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 5 ปี รวมไปถึงข้อมูลการขาดดุลการค้าครั้งแรกรอบ 11 เดือน บวกกับการผิดชำระหนี้ของบริษัทเอกชนเป็นครั้งแรก เมื่อช่วงปลายสัปดาห์ก่อน

นอกจากนี้แล้ว สถานการณ์ในยูเครนที่ยังคงตึงเครียดหลังจากที่สหรัฐและรัสเซียไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันเกี่ยวกับสถานการณ์ในยูเครนได้ จึงส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง ในขณะที่ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงที่สุดในรอบ 6 เดือน โดยเมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา ราคาอยู่ที่ 1,379 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี