
หวั่นวินาศกรรมบินมาเลย์
พบหลักฐานจงใจเปลี่ยนเส้นทางบิน มะกันขยายวงค้นหาลามมหาสมุทรอินเดีย
พบหลักฐานจงใจเปลี่ยนเส้นทางบิน มะกันขยายวงค้นหาลามมหาสมุทรอินเดีย
มาเลเซียมุ่งสอบบินปริศนา หวั่นถูกก่อวินาศกรรม ด้านมะกันเล็งขยายวงค้นหาไกลถึงมหาสมุทรอินเดีย
รอยเตอร์สรายงานอ้างแหล่งข่าวใกล้ชิด ระบุว่า หน่วยสอบสวนของมาเลเซีย กำลังมุ่งตรวจสอบประเด็นการก่อวินาศกรรม หลังพบหลักฐานบ่งชี้ว่า อาจมีการจงใจเปลี่ยนเส้นทางการบินของเครื่องบินมาเลเซียแอร์ไลน์ จากเดิมที่มุ่งหน้าไปยังกรุงปักกิ่งของจีน โดยเปลี่ยนเส้นทางไปยังทะเลอันดามันสู่อ่าวเบงกอลของมหาสมุทรอินเดีย
เจ้าหน้าที่อาวุโสมาเลเซียที่ไม่เปิดเผยนาม อธิบายโดยอ้างข้อมูลเรดาร์กองทัพ ระบุว่า เส้นทางใหม่ของเที่ยวบินเอ็มเอช 370 นั้นเป็นเส้นทางการบินที่ต้องบังคับเครื่องบินด้วยตัวเอง หรือต้องมีตั้งเส้นทางใหม่ผ่านระบบควบคุมการบินอัตโนมัติ บ่งชี้ว่า อาจมีคนที่มีทักษะการบินจงใจเปลี่ยนเส้นทางดังกล่าว
“ทางการกำลังมุ่งเป้าสอบสวนในประเด็นก่อวินาศกรรม และไม่ตัดทิ้งประเด็นการจี้เครื่องบินไป” เจ้าหน้าที่ทางการมาเลเซียรายหนึ่ง ระบุ
หลักฐานล่าสุดจากข้อมูลเรดาร์ของกองทัพมาเลเซีย สอดคล้องกับข้อมูลของสหรัฐ ที่พบว่าเครื่องบินเอ็มเอช 370 ซึ่งบินออกนอกเส้นทางไปทางตะวันตกนั้น ยังคงส่งสัญญาณจากระบบเตือนให้มีการซ่อมบำรุงมายังดาวเทียมเป็นเวลาหลายชั่วโมง หลังสัญญาณหายไปจากจอเรดาร์ ทว่าไม่สามารถระบุถึงตำแหน่งของเครื่องที่แน่ชัดได้ จุดกระแสคาดการณ์ว่าเครื่องบินอาจตกลงในมหาสมุทรอินเดีย
ขณะเดียวกัน พบหลักฐานว่ามีการจงใจปิดอุปกรณ์สื่อสารกับภาคพื้นดินที่มีอยู่ 2 เครื่อง โดยระบบการส่งข้อมูลเครื่องบินถูกปิดลงเวลา 01.07 น. ขณะที่ระบบส่งสัญญาณระบุตำแหน่งและระดับความสูงถูกปิดลงเวลา 01.21 น. โดยคาดว่าเป็นการจงใจปิดอุปกรณ์สื่อสารเพื่อไม่ให้เรดาร์ตรวจจับได้
สมมติฐานดังกล่าวทำให้ เจย์ คาร์นีย์ โฆษกทำเนียบขาว เสนอขยายพื้นที่ค้นหาไปยังมหาสมุทรอินเดีย และได้ส่งเรือรบติดอาวุธนำวิถีไปยังช่องแคบมะละกาแล้ว หลังได้รับการอนุมัติจากทางการมาเลเซีย แม้ไม่ได้มีการยืนยันว่าข้อมูลของสหรัฐถูกต้องหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินมองว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ยากกว่าเดิม เนื่องจากมหาสมุทรอินเดียใหญ่อันดับ 3 ของโลก และมีความลึกเฉลี่ย 3,900 เมตร ขณะที่การค้นหาทางอากาศก็ยากลำบากจากปัญหาหมอกควันในมาเลเซียที่ลามไปยังช่องแคบมะละกา กระทบต่อวิสัยทัศน์ในการมองเห็นลดลงเหลือเพียง 3 กิโลเมตร







