
เศรษฐีค้าปลีก
ธุรกิจค้าปลีกเป็นวัฒนธรรมการซื้อสินค้าอย่างหนึ่งของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ธุรกิจค้าปลีกเป็นวัฒนธรรมการซื้อสินค้าอย่างหนึ่งของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่นิยมจับจ่ายใช้สอยในร้านค้าใกล้บ้านที่มีของขายครบทุกอย่างอยู่ในร้านเดียวกัน ยิ่งร้านตั้งอยู่ในละแวกชุมชนมากเท่าไหร่ ยิ่งมีลูกค้าในชุมชนเข้ามาอุดหนุนมากเท่านั้น
ลิม ฮอค ชี (Lim Hock Chee) นักธุรกิจผู้เป็นเจ้าของเชนร้านขายของชำแบบค้าปลีกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศสิงคโปร์ ที่มีชื่อว่า เชียง ซอง (Sheng Siong) ได้เติบโตและขยายสาขาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งภายในร้านมีสินค้าวางขายอยู่กว่า 400 รายการ โดยขณะนี้มีสาขาอยู่ 33 แห่ง และเมื่อปีที่ผ่านมาธุรกิจทำรายได้เพิ่มขึ้น 53% มาอยู่ที่ระดับ 33 ล้านเหรียญสหรัฐ
ลิมได้เริ่มกิจการเปิดร้านเซียง ซอง แห่งแรกและค่อยๆ พัฒนาสู่ร้านค้าแบบแฟรนไชส์ซึ่งมีทั้งสิ้น 25 แห่ง โดยส่วนใหญ่เป็นร้านในรูปแบบของซูเปอร์มาร์เก็ต ทั้งนี้ เซียง ซอง ได้รับรางวัลเป็นร้านค้าปลีกที่ติดอันดับ 500 ร้านค้าปลีกของสิงคโปร์ ในปี 2550 และได้กลายเป็นธุรกิจค้าปลีกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศสิงคโปร์ รวมทั้งยังได้รับรางวัลซูเปอร์แบรนด์ของประเทศสิงคโปร์ ในปี 2551 ปี 2552 และ ปี 2554 จากนั้นเซียง ซอง ได้พัฒนาขึ้นจนบริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2554
ก่อนที่จะหันมาทำธุรกิจค้าปลีก ลิมได้ช่วยงานครอบครัวโดยเป็นผู้ดูแลฟาร์มหมูอยู่ในเมืองปังกอล แต่เมื่อธุรกิจประสบปัญหาสินค้าล้นตลาด ลิมและภรรยาจึงได้เช่าแผงขายของในซูเปอร์มาร์เก็ตเพื่อวางขายหมูแช่แข็ง เมื่อทั้งสองได้บริหารจัดการจนขายสินค้าที่มีอยู่ในสต๊อกหมด เจ้าของซูเปอร์มาร์เก็ตดังกล่าวกลับประสบปัญหาทางการเงินจนต้องขายกิจการ ขณะที่รัฐบาลในขณะนั้นมีนโยบายที่จะยกเลิกธุรกิจฟาร์มหมู ลิมจึงได้เข้าซื้อกิจการดังกล่าวซึ่งได้กลายมาเป็นร้านขายของชำเซียง ซอง แห่งแรก
ระหว่างการดำเนินธุรกิจเซียง ซอง ได้เผชิญกับปัญหาทั้งในและนอกประเทศจากวิกฤตเศรษฐกิจโรคซาร์ส แต่ เซียง ซอง ก็ยังคงอยู่รอดและเติบโตมาถึงทุกวันนี้ ซึ่งเป็นผลจากธรรมชาติของตัวธุรกิจเอง รวมถึงการทำงานอย่างหนักของคนในครอบครัวและพนักงาน ที่ช่วยกันลดค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยกันรักษาธุรกิจนี้ไว้







