
วิกฤตยูเครนยังระอุหวั่นถึงขั้นแยกชาติ
สถานการณ์ต่างประเทศในรอบสัปดาห์ยังคงอยู่ในยูเครนที่เหตุขัดแย้งทางการเมืองวิกฤตหนัก
สถานการณ์ต่างประเทศในรอบสัปดาห์ยังคงอยู่ในยูเครนที่เหตุขัดแย้งทางการเมืองวิกฤตหนัก จนนักวิเคราะห์ต้องเตือนว่าอาจทำให้ประเทศแตกแยกกลายเป็นฝั่งตะวันออกและตะวันตก
ทั้งนี้ แม้รัฐสภายูเครนจะลงมติถอดถอนประธานาธิบดี วิกเตอร์ ยานูโควิช พร้อมออกหมายจับในข้อหาสังหารหมู่ประชาชนที่ออกมาชุมนุมประท้วงตามท้องถนนและสั่งยุบหน่วยปราบจลาจล แต่สถานการณ์ความวุ่นวายในกรุงเคียฟของยูเครนก็ยังไม่อาจคลี่คลาย แถมยังลุกลามหนักไปถึงรัฐปกครองตนเองไครเมีย ติดพรมแดนรัสเซียซึ่งเป็นฐานเสียงสนับสนุนอดีตประธานาธิบดี ยานูโควิช ที่มีกองกำลังติดอาวุธลุกขึ้นบุกยึดสภาในไครเมียและชักธงชาติรัสเซีย ตลอดจนเข้าควบคุมสนามบิน
สถานการณ์ในยูเครนยิ่งน่าวิตกมากขึ้นเมื่อรัฐบาลกรุงเคียฟได้เรียกร้องให้นานาชาติ โดยเฉพาะกลุ่มชาติตะวันตกให้ความช่วยเหลือยูเครนโดยด่วน เนื่องจากต้องการเงินกว่า 3.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐมาจ่ายหนี้ใน 2 ปีนี้ แต่ปัจจุบันรัฐบาลมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศเหลือแค่ 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น และเฉพาะในปีนี้ยูเครนมีภาระหนี้ที่ต้องจ่ายคืนมากถึง 2.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ธนาคารกลางยูเครนก็ออกมาตรการจำกัดการถอนเงินรายวัน และจำกัดการถือครองสกุลเงินต่างชาติรายเดือน
ความขัดแย้งทางการเมืองในยูเครนยังก่อให้เกิดการโต้แย้งเล็กๆ ระหว่างชาติมหาอำนาจอย่างสหรัฐกับรัสเซีย โดยล่าสุดประธานาธิบดี บารัก โอบามา ได้เรียกร้องให้ยูเครนเร่งเจรจาและให้คำมั่นว่าจะให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะในด้านเศรษฐกิจเต็มที่ พร้อมเตือนรัสเซียว่าการก้าวก่ายยูเครนอาจได้ไม่คุ้มเสีย ขณะที่ทางรัสเซียยังยืนกรานแสดงความไม่พอใจต่อการโค่นล้ม ยานูโควิช ซึ่งสนับสนุนยูเครนให้จับมือกับรัสเซีย โดยประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ประกาศกร้าวที่จะปกป้องพลเมืองของตนในดินแดนยูเครน ซึ่งรวมถึงการส่งทหารเข้าไปในยูเครนด้วย
เตือนขัดแย้งไทยนองเลือด
ด้านสถานการณ์การเมืองไทยก็ทวีความตึงเครียดไม่แพ้กัน โดยการเสียชีวิตของเด็กเล็กในการชุมนุม ทำให้องค์กรนานาชาติ รวมถึงกองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ลุกขึ้นประณามเหตุนองเลือดที่เกิดขึ้น พร้อมประกาศให้พื้นที่ชุมนุมไทยเป็นเขตปลอดเด็ก
ขณะที่ นักวิเคราะห์ต่างชาติอีกส่วนหนึ่งเริ่มคาดการณ์โดยสังเกตจากความเคลื่อนไหวของฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายผู้ประท้วง และฝ่ายทหาร ว่าการเมืองไทยใกล้จะดำเนินมาถึงจุดจบแล้ว เพียงแต่ก่อนที่จะยุติ ประเทศไทยอาจต้องเผชิญกับการนองเลือดครั้งใหญ่เสียก่อน







