
ยูเครนออกหมายจับประธานาธิบดี
ข้อหาสังหารหมู่รัฐเสี่ยงล้มละลายรัสเซียขู่ขึ้นภาษี
ข้อหาสังหารหมู่รัฐเสี่ยงล้มละลายรัสเซียขู่ขึ้นภาษี
ยูเครนออกหมายจับ ยานูโควิช ผิดฐานฆ่าประชาชน เชื่อยังซ่อนตัวอยู่ในประเทศ
อาร์เซ็น อวาคอฟ รักษาการณ์รัฐมนตรีกลาโหมยูเครน เปิดเผยว่า ได้มีการออกหมายจับอดีตประธานาธิบดีวิคเตอร์ ยานูโควิช ในข้อหาสังหารหมู่ประชาชนจนมีผู้เสียชีวิตกว่าร้อยคนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังจากที่รัฐสภายูเครนขับไล่ ยานูโควิช ให้พ้นจากตำแหน่ง และตั้ง โอเล็กซานเดอร์ ตูร์ชีนอฟ ประธานสภาขึ้นเป็นประธานาธิบดีรักษาการแทน
อวาคอฟ ได้เผยอีกว่า อดีตประธานาธิบดี ยานูโควิช ได้หลบหนีไปทางจังหวัดไครเมีย หลังล้มเหลวไม่สามารถหนีออกนอกประเทศผ่านทางเมืองโดเนสค์ทางตะวันออกของประเทศได้
แม้ว่าจะสามารถขับไล่ ยานูโควิชได้สำเร็จ แต่ยูเครนยังคงเผชิญกับปัญหาทางเศรษฐกิจด้วยภาวะเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ของรัฐบาลอยู่ โดยเอสแอนด์พีได้ลดระดับความเชื่อมั่นในรัฐบาลยูเครนลงจากระดับ CCC+ เหลือเพียง CCC
ด้านประธานาธิบดีรักษาการ ตูร์ชีนอฟ ได้ประกาศว่า จะเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศเป็นอันดับแรก ด้วยการฟื้นเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและหันกลับไปเจรจาการค้ากับสหภาพยุโรป (อียู) อีกครั้ง นอกจากนี้ ตูร์ชีนอฟ ระบุว่า พร้อมที่จะเจรจากับรัสเซีย หากรัสเซียเคารพการที่ยูเครนตัดสินใจเลือกฝั่งอียู
ขณะที่ทางด้านกลุ่มประเทศโลกตะวันตกสัญญาให้เงินช่วยเหลือยูเครนเพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจ โดย คริสติน ลาการ์ด ประธานกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ระบุว่า จะให้ความช่วยเหลือยูเครน 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.8 แสนล้านบาท) โดยเงินจำนวนดังกล่าวถือเป็นเงินที่เข้ามาแทนที่การชะลอการให้ความช่วยเหลือจากรัสเซีย เพราะรัฐบาลหมีขาวไม่พอใจที่รัฐบาลยานูโควิชถูกโค่นล้ม
ขณะเดียวกัน รัสเซียได้เรียกตัวทูตประจำยูเครนกลับ โดยอ้างว่าเพื่อปรึกษาสถานการณ์ที่แย่ลงในยูเครน
นอกจากนี้ ยังขู่อีกว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าที่มาจากยูเครน หากรัฐบาลลงนามในข้อตกลงหุ้นส่วนกับอียู เนื่องจากข้อตกลงดังกล่าวจะส่งผลให้สินค้าจากยุโรปทะลักเข้าไปรัสเซียโดยไม่เสียภาษี ทั้งนี้รัสเซียถือเป็นประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่ที่สุดของยูเครน
ยิ่งไปกว่านั้น รัสเซียย้ำว่าจะชะลอการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ยูเครนจนกว่ายูเครนจะมีรัฐบาลที่แน่นอน และได้เตือนว่า ขณะนี้นักลงทุนรัสเซียที่ลงทุนในยูเครนเริ่มถอนทุนออกหมดแล้ว โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารที่ถือว่าเป็นผู้ลงทุนรายใหญ่







