
ผู้นำยูเครนหายเงียบแฉยัดเงินหวังลี้ภัยการเมือง
เอเอฟพีรายงานว่า ประธานาธิบดี วิคเตอร์ ยานูโควิช ของยูเครน ได้หายตัวไปจากสายตาของสาธารณชน
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
เอเอฟพีรายงานว่า ประธานาธิบดี วิคเตอร์ ยานูโควิช ของยูเครน ได้หายตัวไปจากสายตาของสาธารณชน หลังจากรัฐสภายูเครนลงมติปลดออกจากตำแหน่งผู้นำสูงสุดของประเทศอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมืองในยูเครนหลังจมอยู่กับความขัดแย้งทางการเมืองที่นำไปสู่เหตุนองเลือดมาเป็นเวลา 4 เดือนเต็ม ล่าสุดรัฐสภายูเครนลงมติแต่งตั้ง โอเล็กซานเดอร์ ตูร์ชินอฟ ประธานรัฐสภา ขึ้นทำหน้าที่ประธานาธิบดีรักษาการแทนที่ ยานูโควิช แล้ว
อย่างไรก็ดี สื่อต่างประเทศหลายสำนักเชื่อว่า ยานูโควิช น่าจะหลบหนีไปอาศัยอยู่ทางภาคตะวันออกของประเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ฐานเสียงสำคัญ เนื่องจากภายหลังจากโดนปลดจากตำแหน่งไม่นาน ยานูโควิช ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งในเมืองคาร์คีฟทางภาคตะวันออก ตอบโต้ว่า การปลดเจ้าตัวออกจากตำแหน่งผู้นำประเทศโดยรัฐสภาดังกล่าว ถือเป็นการก่อรัฐประหาร และเจ้าตัวจะไม่ลาออกจากตำแหน่งเป็นอันขาด
“ผมจะไม่หลบหนีออกจากยูเครน และจะไม่ลาออกจากตำแหน่งเป็นอันขาด ผมเป็นประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้ง” ยานูโควิช กล่าว ระหว่างให้สัมภาษณ์
กระนั้นก็ตาม แม้ว่าผู้นำยูเครนจะออกมาประกาศว่าจะไม่หนีออกนอกประเทศ แต่เอเอฟพีรายงานอ้างแหล่งข่าวซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิดของ ยานูโควิช ระบุว่า ภายหลังจากโดนปลดออกจากตำแหน่ง อดีตผู้นำยูเครนรายนี้ได้พยายามดิ้นรนหาทางหนีออกนอกประเทศอย่างหนัก แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของยูเครนที่สนามบินในเมืองโดเนตส์ ไม่อนุญาตให้ผู้นำยูเครนเดินทางออกนอกประเทศ แม้ว่าคนสนิทของ ยานูโควิช จะพยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่แล้วก็ตาม
สถานการณ์การเมืองในยูเครนได้เดินมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกครั้งหนึ่ง หลังรัฐสภายูเครนลงมติขับไล่ประธานาธิบดี ยานูโควิช ออกจากตำแหน่ง และประกาศจะให้มีการจัดการเลือกตั้งในวันที่ 25 พ.ค.นี้ พร้อมทั้งลงมติตัดสินว่าจะกลับไปใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2004 เพื่อจำกัดอำนาจของประธานาธิบดี
ขณะเดียวกัน ล่าสุดทางรัฐสภาได้ลงมติเลือกให้ โอเล็กซานเดอร์ ตูร์ชินอฟ ประธานรัฐสภายูเครน ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีรักษาการ แทนที่ วิคเตอร์ ยานูโควิช ที่เพิ่งจะโดนปลดออกจากตำแหน่งไป
นอกจากนี้ ทางรัฐสภายังได้มีมติให้ปล่อยตัว ยูเรีย ทีโมเชนโก อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงของยูเครน ซึ่งเป็นคู่แข่งทางการเมืองของ ยานูโควิช ออกจากเรือนจำด้วย หลังจากโดนศาลตัดสินลงโทษจำคุกเป็นเวลา 7 ปี ฐานใช้อำนาจโดยมิชอบเมื่อปี 2011 ซึ่งนักวิเคราะห์เผยว่า เป็นการใช้อำนาจเข้ามาแทรกแซงศาลเพื่อกลั่นแกล้งทางการเมืองของประธานาธิบดี ยานูโควิช
ภายหลังการปล่อยตัว ทีโมเชนโก อดีตนายกรัฐมนตรีหญิง ก็ได้เดินทางไปพบผู้ชุมนุมพร้อมกับขึ้นกล่าวปราศรัยทั้งน้ำตาขณะนั่งอยู่บนรถเข็นบนเวทีหลักที่จัตุรัสอิสรภาพ โดยระบุว่าระบอบเผด็จการของยูเครนได้สิ้นสุดลงแล้ว และเรียกร้องให้กลุ่มผู้ชุมนุมต่อสู้ต่อไป
นอกจากนี้ ทีโมเชนโก ยังระบุต่อไปว่า เจ้าตัวพร้อมจะลงสมัครเป็นประธานาธิบดียูเครนท่ามกลางเสียงโห่ร้องดีใจของกลุ่มผู้ชุมนุมกว่า 5 หมื่นคนที่ยืนฟังอดีตผู้นำหญิงของยูเครนอยู่
ทางด้านกลุ่มแกนนำผู้ชุมนุม ได้ประกาศว่า สามารถควบคุมกรุงเคียฟไว้ได้หมดแล้ว หลังจากที่กองกำลังรักษาความสงบได้ถอนตัวออกจากที่ทำการราชการและที่พักของประธานาธิบดี ยานูโควิช ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมสามารถเข้าออกบ้านของประธานาธิบดีได้อย่างอิสระ นอกจากนี้ยังทำให้ผู้ชุมนุมได้รับรู้ถึงความเป็นอยู่ของผู้นำประเทศที่เต็มไปด้วยความหรูหราอลังการของบ้านประธานาธิบดีที่มีตั้งแต่สวนสัตว์ส่วนตัว ถึงเรือใบจำลองที่สามารถแล่นได้จริง
“ฉันรู้สึกตกใจมากเมื่อพบกับชีวิตที่หรูหราของ ยานูโควิช ในประเทศที่คนยังยากจนอยู่มาก คนที่เก็บของไว้กับตนเองมากขนาดนี้ต้องป่วยทางจิตแน่ๆ เลย” นาตาเลีย รูเดนโก อดีตทหารหญิงวัยเกษียณ กล่าว
ภายหลังการสั่งปลด ยานูโควิช ล่าสุดทางกองทัพได้แถลงโดยได้ย้ำชัดว่า จะไม่ขอเข้าไปแทรกแซงความขัดแย้งทางการเมืองในครั้งนี้ เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ออกมาเผยว่าจะขอยืนอยู่ข้างประชาชน และต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงโดยเร็ว
ทั้งนี้ ยูเครนเป็นประเทศที่มีความขัดแย้งอย่างหยั่งรากลึกระหว่างพลเมืองที่พูดภาษารัสเซียทางตะวันออกกับพลเมืองที่พูดภาษายูเครนทางตะวันตก นอกจากนี้ยูเครนยังถือเป็นพื้นที่แห่งการแข่งขันทางอำนาจระหว่างโลกตะวันตกกับรัสเซียอีกด้วย







