
พิษการเมืองส่อฉุดบาทอ่อน
กูรูจับตาไตรมาสนี้หวั่นบาทหลุด34กดดันแบงก์ชาติหั่นดอกกระตุ้นแรงซื้อ
กูรูจับตาไตรมาสนี้หวั่นบาทหลุด34กดดันแบงก์ชาติหั่นดอกกระตุ้นแรงซื้อ
กูรูต่างชาติเตือน วิกฤตการเมืองไทยพ่นพิษ ศก.หนัก กดดันแบงก์ชาติหั่นดอกฯ ซ้ำ ทำบาทหลุด 34
บลูมเบิร์กเปิดเผยรายงานกึ่งวิเคราะห์อ้าง โทรุ นิชิฮามะ นักเศรษฐศาสตร์จากสถาบันวิจัยไดอิชิ ไลฟ์ คาดการณ์ว่า วิกฤตทางตันการเมืองไทยที่ยืดเยื้อเข้าสู่เดือนที่ 3 อาจกดดันให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงแตะระดับ 34 บาทต่อเหรียญสหรัฐในไตรมาสนี้ เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในการประชุมครั้งหน้าในวันที่ 12 มี.ค.นี้ เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศที่ชะลอตัวลง
“เงินบาทอาจอ่อนค่าแตะ 34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เพราะปัญหาทางการเมืองที่ไร้ทางออก” นิชิฮามะ กล่าวเตือน
สอดคล้องกับความเห็นของ นิโคลัส สไปร์โร กรรมการผู้จัดการบริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุนสไปร์โร ในกรุงลอนดอนของอังกฤษ มองว่า วิกฤตการเมืองไทยที่ยืดเยื้อ เริ่มส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่อ่อนแออยู่แล้ว ให้ย่ำแย่ลงอีกด้วย
“เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มอ่อนแอลงอีก เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ไร้เสถียรภาพ จะส่งผลกระทบต่อการบริโภคและการลงทุนต่อเนื่องไปในอีกหลายเดือนข้างหน้านี้” ปราชานท์ สิงห์ ผู้จัดการกองทุนนูเบอร์เกอร์ เบอร์แมน กล่าวเสริม
ความเป็นไปได้ของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของไทยในอนาคตอันใกล้ นับว่าสวนทางกับสถานการณ์ในประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะชาติตลาดเกิดใหม่ ที่เร่งออกมาตรการฟื้นค่าเงินด้วยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยกันถ้วนหน้า หลังประสบปัญหาค่าเงินอ่อนค่าลงไปอย่างสาหัสจากความกังวลเรื่องภาวะทุนไหลออก
“ในขณะที่หลายประเทศกำลังเดินหน้าปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย เพื่อสกัดเงินอ่อนค่า แต่ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่นักลงทุนคาดการณ์ได้เลยว่า จะมีการตัดลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกแน่นอน” ทากาฮิเดะ อิริมุระ นักวิจัยตลาดเกิดใหม่ของบริษัทจัดการสินทรัพย์โคคุไซ ในญี่ปุ่น แสดงความเห็น
ทั้งนี้ ค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าลงแล้วถึง 5.3% มาอยู่ที่ 32.88 บาทต่อเหรียญสหรัฐ นับตั้งแต่เหตุประท้วงต่อต้านรัฐบาลนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 31 ต.ค. ซึ่งเป็นการอ่อนค่าลงรุนแรงที่สุดในตะกร้าสกุลเงินในเอเชียตามหลังรูเปียห์ของอินโดนีเซียและริงกิตของมาเลเซีย







