
วิกฤตไทยสะเทือนฮอนด้า
รับหั่นเป้ายอดขายปีหน้าลดลง1%ปัญหารุมเร้าหนักศก.ไทยฟื้นตัวลำบาก
รับหั่นเป้ายอดขายปีหน้าลดลง1%ปัญหารุมเร้าหนักศก.ไทยฟื้นตัวลำบาก
ฮอนด้า พลาดเป้าผลกำไรไตรมาส 4 เหตุวิกฤตการเมืองไทยฉุดยอดขายร่วง
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ถึงแม้บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ผู้ผลิตรถยนต์ใหญ่ที่สุดอันดับ 3 จากญี่ปุ่นจะสามารถทำผลกำไรในไตรมาสสุดท้ายของปี 2013 เพิ่มสูงขึ้นถึง 2 เท่าตัว จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่ 1,560 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 49,920 หมื่นล้านบาท) แต่ยังถือว่าต่ำกว่าเป้าผลกำไรที่นักวิเคราะห์เคยคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ประมาณ 4.5% โดยส่วนหนึ่งเป็นผลพวงมาจากปัจจัยวิกฤตการเมืองในไทย จนทำให้ยอดขายของฮอนด้าลดลง
“บริษัทยานยนต์จากญี่ปุ่นทุกรายได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ของไทยแล้ว และครั้งนี้ก็คือฮอนด้า” โคตะ ยูซาวา นักวิเคราะห์จากโกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป กล่าว พร้อมเสริมว่า ฮอนด้ายังไม่น่าจะเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ มาเป็นตัวชูโรงในปีนี้ ดังนั้น จึงอาจต้องลุ้นยอดขายเพิ่มในปีหน้าแทน
ทางด้านค่ายรถยนต์เบอร์ 3 ในญี่ปุ่น ได้ระบุไปในทิศทางเดียวกันว่า บริษัทเริ่มเห็นทิศทางการบริโภคที่ลดลงในไทยมาตั้งแต่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว ซึ่งมีปัจจัยหลักมาจากวิกฤตการณ์ทางการเมือง
ทั้งนี้ ฮอนด้าได้ปรับลดคาดการณ์ยอดขายรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ของปีงบ ประมาณ 2014 ลงจากเป้าเดิมประมาณ 1% แบ่งเป็น รถยนต์ 4.3 ล้านคัน และรถมอเตอร์ไซค์ 17.32 ล้านคัน โดยคาดว่าตลาดกลุ่มประเทศเกิดใหม่โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะมีความต้องการรถลดลง
วันเดียวกัน หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทมส์ เปิดเผยรายงานอ้างนักวิเคราะห์ว่า ถึงแม้ที่ผ่านมาไทยจะสามารถฟื้นตัวจากผลกระทบของวิกฤตการเมืองมาได้หลายหน แต่ในครั้งนี้ไทยยากที่จะกลับมาฟื้นตัวได้เร็ว เพราะวิกฤตการเมืองหนนี้ส่อแววว่าจะยืดเยื้อยาวนานกว่าครั้งก่อนๆ
นอกจากนี้ วิกฤตการเมืองดังกล่าวยังมาเกิดขึ้นตรงกับช่วงที่เศรษฐกิจไทยกำลังตกอยู่ในที่นั่งลำบากพอดี เนื่องจากไทยกำลังเผชิญทั้งภาวะเงินทุนไหลออก และการชะลอตัวทางเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กันอีกด้วย ขณะที่แผนการลงทุนขนาดใหญ่ของรัฐบาลก็สะดุดลงจากปัญหาการเมือง
ยูเบน พาราคิวเลส นักเศรษฐศาสตร์จากบริษัท โนมูระ ระบุว่า ไทยกำลังสูญเสียความสามารถทางการแข่งขันในระดับนานาชาติ ซึ่งน่าวิตกมาก เนื่องจากในขณะที่ไทยมีปัญหา ประเทศเพื่อนบ้านกลับพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น พม่ากำลังเปิดประเทศ อินโดนีเซียกำลังปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และฟิลิปปินส์กำลังกลายเป็นจุดหมายการลงทุนที่สำคัญของภูมิภาค







