
หุ้นมะกันวูบเหตุวิตกตลาดเกิดใหม่
วอลสตรีทดิ่งเหวถ้วนหน้า เหตุเทขายสินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่ เฟดหั่นคิวอี
วอลสตรีทดิ่งเหวถ้วนหน้า เหตุเทขายสินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่ เฟดหั่นคิวอี
ดัชนีตลาดหุ้นวอลสตรีท สหรัฐปรับตัวลงทั้ง 3 ดัชนี อย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปรับลดลงมากที่สุด นับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2012 เหตุจากการเทขายสินทรัพย์ในกลุ่มเศรษฐกิจเกิดใหม่ ซึ่งทำให้นักค้าหุ้นรายใหญ่พักการเข้าซื้อหุ้นชั่วคราว
ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดตลาดปรับตัวลง 2.6% ที่ 1,790.23 จุด ในสัปดาห์ที่แล้ว นับเป็นการปรับลดลงรอบ 1 สัปดาห์ที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว ขณะที่ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ลดลง 3.5% ปิดที่ 15,879.11 จุด ซึ่งเป็นการลดลงรอบสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2011 ส่วนดัชนีแนสแด็กลดลง 1.7% ปิดที่ 4,128.17 จุด
“ตลาดกังวลบางอย่าง และโลกกำลังทรมานจากไข้หวัดของตลาดเกิดใหม่” ไมเคิล เจมส์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายค้าหลักทรัพย์แห่งเวดบุช ซีเคียวริตี้ ในลอสแองเจลิส กล่าว
ทั้งนี้ สินทรัพย์ในตลาดเกิดใหม่ได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ที่เห็นได้จากการเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ของจีน เมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ออกมาน่าผิดหวัง รวมไปถึงปัญหาทางการเมืองในตุรกี อาร์เจนตินา และยูเครน โดยค่าเงินในตลาดเกิดใหม่ต่างอ่อนค่าลงถ้วนหน้า เห็นได้จากเงินลีราของตุรกีอ่อนค่าแตะระดับต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ขณะที่เงินแรนด์ของแอฟริกาใต้เมื่อเปรียบเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐก็อ่อนค่าแตะระดับต่ำที่สุดในรอบ 5 ปีเช่นกัน
นอกจากนี้แล้ว ตลาดยังได้รับความกังวลจากการคาดการณ์อีกว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะดำเนินการลดวงเงินซื้อคืนพันธบัตร (คิวอี 3) อีก 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน ในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (เอฟโอเอ็มซี) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28-29 ม.ค.นี้ ซึ่งส่งผลให้บรรดานักลงทุนกังวลว่า อัตราดอกเบี้ยจะเริ่มปรับตัวสูงขึ้น







