
วิริยะรับปี’57ธุรกิจโตยาก
ตั้งเป้าเบี้ยนันมอเตอร์เพิ่ม10-15%ผลเศรษฐกิจการเมืองฉุดกำลังซื้อ
ตั้งเป้าเบี้ยนันมอเตอร์เพิ่ม10-15%ผลเศรษฐกิจการเมืองฉุดกำลังซื้อ
วิริยะตั้งเป้าเบี้ยนันมอ เตอร์โต 10-15% ยอมรับชะลอตัวเหตุฐานเบี้ยใหญ่ เศรษฐกิจทรุดกำลังซื้อหด
นายอานนท์ โอภาสพิมลธรรม รองกรรมการผู้จัดการ ผู้แทนบริษัท วิริยะประกันภัย เปิดเผยว่า ปี 2557 บริษัทตั้งเป้าหมายเบี้ยรับประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ หรือนันมอเตอร์ เพิ่มขึ้น 10-15% จากปี 2556 ที่มีเบี้ยนันมอเตอร์ 3,042 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.7% จากประกันภัยเบ็ดเตล็ดเป็นหลัก เช่น ประกันภัยอื่นๆ ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันสุขภาพ รองลงมาจะเป็นประกันอัคคีภัย ประกันสินค้า
ทั้งนี้ ปีนี้จะเติบโตที่ชะลอตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เนื่องจากฐานเบี้ยมีขนาดใหญ่ขึ้นจากการเติบโตต่อเนื่องติดต่อกันมา 7 ปี
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้กำลังซื้อของประชาชนลดลงและการชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาเป็นปัจจัยลบที่กระทบกับทุกธุรกิจ ส่วนการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นเวลา 60 วัน มีผลกระทบต่อธุรกิจประกันภัยน้อย เพราะถ้ามองในแง่ของตลาด พื้นที่ชุมนุม และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจาก พ.ร.ก.ฉุกเฉินจำกัดอยู่บางพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร
ขณะที่พื้นที่ตลาดส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบ จึงยังสามารถทำการตลาดได้ตามปกติ ซึ่งลูกค้าของบริษัทส่วนใหญ่เป็นรายย่อยและรายกลางๆ ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม จึงไม่ต้องปรับเปลี่ยนแผนการตลาดอะไรมาก
อย่างไรก็ตาม การชุมนุมทางการเมืองไม่ได้เป็นการกระตุ้นให้คนหันมาซื้อประกันภัยเพิ่มขึ้น เพราะ 2 เดือนที่ผ่านมายังไม่เห็นลูกค้ารายย่อยซื้อประกันที่ผิดปกติจากช่วงที่ผ่านมา อาจจะมีเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่สนใจซื้อประกันภัยคุ้มครองภัยจลาจล และก่อการร้ายเพิ่มขึ้น แต่ไม่ใช่ฐานลูกค้าหลักของบริษัท
นายอานนท์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามจะต้องดูว่าการชุมนุมจะกระทบกับพื้นฐานภาพรวมทางเศรษฐกิจหรือไม่ หากกระทบในวงกว้างธุรกิจประกันภัยก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆ เพราะทำให้กำลังซื้อของประชาชนลดลง ซึ่งขณะนี้เริ่มกระทบกับธุรกิจการท่องเที่ยวแล้ว จากการที่นักท่องเที่ยวกลัวว่าจะไม่ปลอดภัยหากเดินทางเข้ามาเที่ยวในไทยก็หันไปเที่ยวประเทศอื่นแทน
“จากการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หลายบริษัทจะถือโอกาสที่ตลาดไม่โตจากเศรษฐกิจชะลอตัว หันมาทบทวนสินค้าเพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้น พัฒนาระบบการให้บริการ พัฒนาบุคลากร เพราะไม่มีใครกล้าที่จะลุยตลาดหนักๆ ในภาวะที่สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย ยกเว้นธุรกิจที่ไม่พึ่งพาเศรษฐกิจมากนัก” นายอานนท์ กล่าว
แหล่งข่าวจากบริษัทไทยประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนที่จะออกสินค้าใหม่ แต่ต้องชะลอไปก่อนเพื่อให้สถานการณ์ทางการเมืองดีขึ้น จึงจะทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เพราะถ้าทำตลาดช่วงนี้จะไม่ได้รับความสนใจจากตลาดเท่าไหร่นัก เพราะคนส่วนใหญ่จะให้ความสนใจและติดตามการเมือง ซึ่งได้เตรียมงบประมาณในการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านโทรทัศน์ประมาณ 100 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มทำตลาดปลายเดือน ก.พ.นี้ ถึงตอนนั้นหวังว่าเหตุการณ์ทางการเมืองน่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น







