posttoday
โลกเชื่อมั่นรัฐบาลดิ่งวูบขัดแย้งผลประโยชน์ คนหมดศรัทธา

โลกเชื่อมั่นรัฐบาลดิ่งวูบขัดแย้งผลประโยชน์ คนหมดศรัทธา

20 มกราคม 2557

ทีมข่าวต่างประเทศ

ทีมข่าวต่างประเทศ

เอลเดอร์มัน บริษัทประชาสัมพันธ์ข้ามชาติเปิดเผยผลสำรวจออนไลน์จากประชากรจำนวน 2.7 หมื่นคน ใน 27 ประเทศทั่วโลก ระหว่างวันที่ 16 ต.ค.-29 พ.ย.ปีที่แล้ว พบความเชื่อมั่นในตัวผู้นำและระบบการเมืองของประชาชนที่มีการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยปรับตัวดิ่งลงอย่างน่าวิตก หรือเหลือเพียง 44% ลดลงจากเดิมที่ 52% เมื่อการสำรวจในปี 2011 และลดลง 4% จากการสำรวจในปีก่อนหน้า โดยสาเหตุสำคัญมาจากความขัดแย้งในเรื่องผลประโยชน์ทางการเมืองจนทำให้การบริหารประเทศและการดำเนินการแก้ไขปัญหาต่างๆ ติดขัดเดินหน้าต่อไม่ได้

ผลการสำรวจซึ่งเผยแพร่ก่อนหน้าการประชุมเศรษฐกิจโลก เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ที่จะมีขึ้นในช่วงสัปดาห์นี้พบอีกว่า ช่องว่างมาตรวัดความเชื่อมั่น (ทรัสต์ บารอมิเตอร์) ระหว่างภาคการเมืองและภาคธุรกิจอยู่ในระดับ 14 จุด ซึ่งเป็นระยะห่างที่ขยายกว้างมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 14 ปี ที่ได้ดำเนินการสำรวจความเชื่อมั่นมา

ริชาร์ด เอลเดอร์มัน ประธานกรรมการบริหารบริษัท ระบุว่า ตัวเลขที่สำรวจได้กำลังสะท้อนให้เห็นวิวัฒนาการด้านภูมิทัศน์ความเชื่อมั่นทั่วโลกจากปี 2009 ซึ่งเป็นปีที่ภาครัฐต้องร่วมมือกับภาคการเมืองเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นพร้อมเตือนว่า ความเชื่อมั่นของภาครัฐที่หดตัวลงอาจกลายเป็นชนวนสำคัญให้เกิดกระแสสนับสนุนลัทธิการเมืองสุดโต่งได้

สำหรับประเทศที่มีความเชื่อมั่นภาคการเมืองลดมากที่สุดคือ สหรัฐ โดยลดลงจากปีก่อนหน้า 16% มาอยู่ที่ 37% โดยเป็นผลจากปัญหาเพดานหนี้ การบรรลุข้อตกลงเรื่องแผนงบประมาณ เหตุอื้อฉาวจากโครงการสอดแนมของสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (เอ็นเอสเอ) และความติดขัดของการใช้หลักประกันสุขภาพ (โอบามาแคร์)

ด้านสถานการณ์ในภูมิภาคยุโรปก็ไม่แตกต่างจากสหรัฐเท่าไรนัก โดยประเทศที่เห็นความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการเมืองลดฮวบมากที่สุดคือ ฝรั่งเศส โดยชาวฝรั่งเศสเริ่มวิตกต่อความสามารถของประธานาธิบดี ฟรองซัวส์ ออลลองด์ ในการผลักดันให้เศรษฐกิจประเทศเติบโต โดยมีเพียง 32% ที่ยังเชื่อมั่นในตัวผู้นำเมืองน้ำหอม ซึ่งลดลงถึง 17% จากการสำรวจในปีก่อนหน้า

ขณะเดียวกัน แม้ว่าความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อภาคธุรกิจจะยังสามารถรักษาระดับเดิมไว้ได้ที่ 58% แต่เอลเดอร์มันเตือนว่าไม่ใช่ข้ออ้างที่ภาคธุรกิจจะวางใจได้ เพราะมีเพียงเจ้าหน้าที่รัฐเท่านั้นที่มีระดับความเชื่อมั่นต่ำกว่าเหล่าผู้บริหาร โดยกลุ่มที่ได้รับความเชื่อมั่นสูงสุดคือ นักวิชาการ รองลงมาคือ ผู้ชำนาญการพิเศษและพนักงานประจำ

นอกจากนี้ แม้ 84% ของผู้ตอบแบบสอบถามจะเชื่อมั่นว่า ภาคธุรกิจสามารถยึดถือในผลประโยชน์ขององค์กรควบคู่ไปกับการทำงาน เพื่อสนับสนุนส่งเสริมสังคมโดยรวมได้ แต่เอลเดอร์มันแย้งว่าภาคธุรกิจก็ไม่สมควรใช้ข้ออ้างนี้ลงมือผลักดันเพื่อผ่อนคลายกฎระเบียบทางการค้า ซึ่งเป็นการกระทำที่หลายฝ่ายกล่าวหาว่าเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดวิกฤตการเงินในปี 2008 โดยเอลเดอร์มันระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะเป็นการตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่อีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน