
ตั้งกองทุนปกป้อง‘ยูโร’
โพสต์ทูเดย์ — ยุโรปอยู่นิ่งไม่ได้แล้ว หลังวิกฤตหนี้กระทบเสถียรภาพเงินยูโรอย่างหนัก จัดตั้งกองทุนฉุกเฉินป้องกันค่าเงินเต็มที่ ได้ข้อสรุปในวันนี้
ผู้นำยุโรปเห็นต้องเตรียมตั้งกองทุนฉุกเฉิน สกัดวิกฤตหนี้จากกรีซลุกลามไปทั่วภูมิภาคหลังค่าเงินยูโรดิ่งเหวหนักในรอบ 18 เดือน อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนพันธบัตรของกรีซ และอีกหลายชาติพุ่งสูงขึ้น สร้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงด้านการเงินของภูมิภาคอย่างรุนแรง
บลูมเบิร์กรายงานว่า การประชุมร่วมกันของผู้นำกลุ่มประเทศยูโรโซน 16 ชาติ ซึ่งใช้เงินสกุลยูโรมานาน 11 ปีนั้น ได้เห็นพ้องต้องกันที่จะตั้งกองทุนฉุกเฉินดังกล่าวขึ้น และจะต้องได้ข้อสรุปก่อนที่ตลาดจะเปิดขึ้นในวันจันทร์ที่ 10 พ.ค.นี้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนขึ้นอีกครั้ง
“
เราจะต้องปกป้องเงินยูโร ไม่ว่าจะต้องเสียเท่าไหร่” โฮเซ บาร์รอสโซ ประธานของคณะกรรมาธิการยุโรป (อียู) กล่าวหลังการประชุมกับผู้นำยูโรโซนที่กรุงบรัสเซลส์ ของเบลเยียมทั้งนี้ ความล้มเหลวของยุโรปที่จะสกัดปัญหากรีซในช่วงที่ผ่านมานั้น ได้ทำให้ค่าเงินยูโรในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาร่วงหล่นลงไปมากถึง 4.3% ทั้งในการซื้อขายในตลาดสหรัฐ และเอเชีย
อย่างไรก็ตาม ในการประชุมเมื่อวันที่ 8 พ.ค. ซึ่งจบลงเมื่อเวลาราวเที่ยงคืนตามเวลาท้องถิ่นนั้น เจ้าหน้าที่ยุโรปยังปฏิเสธที่จะเปิดเผยขนาดของกองทุนดังกล่าว ซึ่งคาดว่าเงินทุนส่วนใหญ่จะเป็นการกู้ยืมจากเงินส่วนกลางของสหภาพยุโรป โดยรัฐบาลประเทศต่างๆ จะให้การการันตีเงินกู้นี้ โดยรัฐมนตรีการคลังของประเทศสมาชิกยูโรโซนได้หารือกันอีกครั้งเมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ตามเวลาในเบลเยียมเมื่อวันที่ 9 พ.ค.
“
เมื่อตลาดเปิดขึ้นอีกครั้งในวันจันทร์ เราจะมีกลไกเพื่อปกป้องเงินยูโรใช้ได้ทันที” นิโกลาส์ ซาร์โกซี ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กล่าวด้านบาร์รอสโซ ประธานอีซี ได้กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ค่าเงินยูโรกำลังพบกับบททดสอบที่หนักหนาสาหัสมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการใช้เงินสกุลนี้มาตั้งแต่ปี 1999 โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ค่าเงินยูโรเมื่อเทียบกับค่าเงินเหรียญสหรัฐนั้น ได้อ่อนค่าลงจากที่ 1.3293 เหรียญต่อยูโร ไปอยู่ที่ 1.2715 เหรียญต่อยูโร และนับตั้งแต่เดือน พ.ย.นั้น ก็ได้อ่อนค่าลงไปแล้วถึง 15%







