posttoday
ขวัญผวาของมะกัน กับเรื่องจริงที่ไม่ได้ฝันของคนไทย

ขวัญผวาของมะกัน กับเรื่องจริงที่ไม่ได้ฝันของคนไทย

09 พฤษภาคม 2553

8...ทีมข่าวต่างประเทศ

 

เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าเคลียร์พื้นที่ถนนทุกสายทั่วไทม์สแควร์ของสหรัฐ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา และสั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิดรุดเข้าทำลายวัตถุต้องสงสัย

แต่สุดท้ายนั่นก็เป็นเพียงภาชนะใส่น้ำที่ไร้เจ้าของ

ก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน ตำรวจก็ถูกแจ้งให้รุดเสริมกำลังเข้าตรวจสอบวัตถุต้องสงสัย ซึ่งลงท้ายก็เป็นเพียงกล่องอาหารกลางวันต้องสงสัยเท่านั้น

ความตื่นกลัวที่ลงท้ายด้วยความผิดพลาด ความกังวลและความหวาดระแวงที่ระส่ำความรู้สึกผู้คนไปทั่ว สื่อและเจ้าหน้าที่รักษากฎหมายต้องถูกปลุกเร้าให้พุ่งทะยานไปยังที่เกิดเหตุ และลงท้ายด้วยไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ภาวะดังกล่าวนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลังจากที่ชาวอเมริกันต้องขวัญผวากับเหตุการณ์ที่ชายเชื้อสายอเมริกันปากีสถานพยายามที่จะก่อเหตุคาร์บอมบ์ในย่านไทม์สแควร์ นครนิวยอร์ก เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว

ทั้งนี้ ตำรวจของสหรัฐเปิดเผยว่า มีรายงานมากกว่า 600 สาย ที่โทร.เข้ามาแจ้งด้วยความตื่นกลัวว่าจะเกิดเหตุคาร์บอมบ์ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากปกติถึง 30%

“นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริง และเป็นเรื่องปกติ ผมคิดว่าต้องมีเรื่องแบบนี้เกิดเพิ่มมากขึ้นอีกมาก ผู้คนกำลังเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนที่ช่างสังเกตมากขึ้น ระวังตัวมากขึ้น... เราเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้น และเราก็เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งเหล่านั้นไว้แล้ว” เรย์มอนด์ เคลลี ผู้บัญชาการตำรวจนิวยอร์ก กล่าว

ในขณะนี้ ไฟซาล ชาห์ชาด ผู้ต้องสงสัยในคดีวางระเบิดดังกล่าวยังคงอยู่ในระหว่างการถูกกุมขัง และยังไม่ได้ปรากฏตัวต่อศาลเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

เคลลีระบุว่า ผู้ต้องสงสัยไม่ได้กระทำการดังกล่าวเพียงลำพัง แต่ยังคงมีกลุ่มที่ร่วมมือด้วย ในขณะที่ พล.อ.เดวิด เพเทรอัส ออกมาคัดค้านว่า ชาห์ชาดกระทำการดังกล่าวเพียงลำพัง และไม่มีความเชื่อมโยงหรือติดต่อกับผู้ก่อการร้ายในต่างประเทศ

ด้านเจ้าหน้าที่รายหนึ่งซึ่งไม่สามารถเปิดเผยชื่อ เนื่องจากข้อมูลดังกล่าวจะกระทบต่อการสืบสวนได้กล่าวว่า ทีมสืบสวนกำลังพยายามคลี่คลายปมดังกล่าวด้วยการพยายามสืบเสาะหาวิธีการและกระบวนการของชาห์ชาดในการเตรียมการก่อวินาศกรรม โดยได้รับการสนับสนุนทางการเงิน

การสืบสวนถูกมุ่งประเด็นไปยังผู้ที่ทำหน้าที่จุนเจือเงินที่ใช้จ่ายสำหรับการซื้อรถยนต์ SUV มือสอง และวัตถุอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในการก่อเหตุ

ย้อนกลับมาที่เหตุการณ์ความเคลื่อนไหวในวันศุกร์ที่ผ่านมาย่านไทม์สแควร์ ซึ่งนาทีนั้นรถถ่ายทอดสดของทุกช่องรายการกรูกันมารายงานเหตุการณ์ดังกล่าว กล้องทุกตัวจากทุกสำนักมุ่งจับภาพของวัตถุต้องสงสัยดังกล่าว ซึ่งสุดท้ายก็ไม่ใช่วัตถุอันตรายอย่างที่ทุกคนตื่นกลัว

“เป็นเรื่องที่ตื่นเต้น แต่ก็เหมือนเป็นความงี่เง่านิดๆ ว่าทั้งหมดก็เป็นเพียงแค่คูลเลอร์น้ำ ซึ่งไม่ทราบเจ้าของเท่านั้นเอง” ธอร์ เบอร์เจอร์เซน จิตแพทย์รายหนึ่งที่เฝ้าดูเหตุการณ์จากชั้น 8 ของโรงแรมแมริออท มาร์ควิส ของแมสซาชูเซตส์ แสดงความเห็นกับเรื่องดังกล่าว

แต่สำหรับผู้ที่ต้องผ่านไปมา หรือค้าขายอยู่ที่ย่านไทม์สแควร์ ความรู้สึกย่อมแตกต่างออกไป

วอลเตอร์ เวลล์ส พ่อค้ารายหนึ่งกล่าวว่า ความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ายิ่งปลุกเร้าให้เกิดความหวาดระแวง

“ใครก็ตามที่กำลังทำสิ่งนี้ ผมคิดว่าพวกเขากำลังทดสอบเราอยู่ ในตอนนี้เหมือนกับพวกเขากำลังเล่นหมากรุกกับเรา แต่พวกเขาไม่มีทางชนะหรอก เพราะเราเป็นบ็อบบี ฟิชเชอร์ (แชมป์โลกหมากรุก)” เวลล์ส กล่าว

เพียงหนึ่งวันก่อนหน้านั้น เจ้าหน้าที่สั่งให้เครื่องบินของสายการบินเอมิเรตส์หันหัวกลับออกจากรันเวย์โดยด่วน เนื่องจากเห็นว่าชื่อของผู้โดยสารรายหนึ่งในเครื่องบินลำดังกล่าวเป็นชื่อในกลุ่มที่ทางรัฐบาลสหรัฐจัดให้อยู่ในกลุ่มห้ามบิน แต่แล้วนั่นก็เป็นเพียงความเข้าใจผิด ผู้โดยสาร 2 รายถูกปล่อยตัวราว 1 ชั่งโมง หลังจากนั้น

ถ้าเดินทางไปยังนครนิวยอร์กในขณะนี้ก็จะพบว่า ที่นั่นถูกตรวจค้นจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่มีอยู่ทั่วไปตามระบบรถไฟใต้ดิน โดยเฉพาะตามสถานีต่างๆ

รถไฟฟ้าใต้ดินเป็นพื้นที่ที่รัฐบาลสหรัฐกวดขันเป็นพิเศษ และถือเป็นหนึ่งในจุดที่ใหญ่ที่สุดที่เจ้าหน้าที่รัฐวิตกกังวลว่าจะมีการก่อเหตุร้าย ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าเคยมีความพยายามที่จะวางระเบิดในจุดดังกล่าวเมื่อปีที่แล้ว

นอกจากนี้ ความวุ่นวายได้แพร่ขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ ในสหรัฐ ตัวอย่างหนึ่งก็คือ การเตือนว่ามีวัตถุต้องสงสัยว่าเป็นวัตถุระเบิดในรถประจำทางซึ่งอยู่ในเมืองปอร์ตสมัท รัฐนิวแฮมป์เชียร์ ซึ่งกำลังมุ่งหน้ามายังนครนิวยอร์ก จนเจ้าหน้าที่ต้องปิดถนน อพยพผู้คนออกจากบ้านเรือนและแหล่งธุรกิจต่างๆ และล้อมรถดังกล่าว พร้อมเสริมกำลังด้วยหน่วยทหารเชี่ยวชาญพิเศษ

“รถประจำทางคันดังกล่าวมุ่งหน้าไปยังนิวยอร์ก ซึ่งเรามีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่นานมานี้ ผมคิดว่ามันก็เป็นเรื่องเหมาะสมแล้ว ที่เรารับมือด้วยมาตรการดังกล่าว” เดวิด เฟอร์แลนด์ ผู้บัญชาการตำรวจในเมืองปอร์ตสมัท กล่าว

อย่างไรก็ตาม ชาวนิวยอร์กซึ่งทุกวันจำต้องดำเนินชีวิตอยู่ในบริเวณพื้นที่ไทม์สแควร์ กล่าวว่า พาดหัวข่าวที่ปรากฏขึ้นทุกเมื่อเชื่อวัน รวมทั้งเหตุการณ์ลอบวางระเบิดที่เกิดขึ้นทำให้พวกเขาอกสั่นขวัญหาย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ชาวนิวยอร์กถึงขนาดต้องเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของตัวเอง

ผู้ค้าขายและประกอบอาชีพในย่านดังกล่าวมีอารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่างหลากหลายกันออกไป ส่วนหนึ่งก็คือว่า พวกเขาเกือบเสียชีวิตกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา

ในขณะที่ส่วนหนึ่งก็คิดว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยของตำรวจกลายเป็นเรื่องคุ้นชิน และให้รู้สึกมั่นใจมากขึ้น ท่ามกลางความหวาดกลัวที่ปรากฏขึ้นไม่เว้นวัน

“นี่คงเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในนาทีนี้ มากกว่าทำเนียบขาวเสียอีก” เวสเลย์ เวดดิงตัน ทหารผ่านศึกรายหนึ่งที่หันมาประกอบอาชีพขายเสื้อยืดกล่าว

ว่าไปแล้วนครนิวยอร์กนาทีนี้ ก็ไม่ต่างจากพื้นที่ต่างๆ ของบ้านเรา โดยเฉพาะถนนสีลมที่ต้องหวั่นผวาเป็นรายวัน

รถตำรวจ พยาบาล ร้องระงมปลุกประสาทคนกรุงให้ตื่นขึ้นมารับรู้ความเสียหาย และเหตุรุนแรง ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ธนาคาร และตึกอาคารธุรกิจดังที่ฟ้าสว่างคือที่ให้บริการประชาชน แต่พอพลบค่ำคือที่ประจำการของตำรวจทุกท้องที่

ถ้าจะเรียกว่าเหตุที่เกิดขึ้นในบ้านเราเกิดจาก “การก่อการร้าย” ไม่ต่างจากสหรัฐ นั่นก็ชี้ให้เห็นว่าเราต้องเตรียมรับมือกับการก่อการร้ายที่นับวันจะแพร่ระบาดรุนแรง ไม่ว่าประเทศใหญ่น้อยก็พลอยเป็นเป้าหมายได้ทั้งสิ้น

สิ่งที่ต่างกันก็ตรงที่เหตุการณ์ในบ้านเราเป็นเกมที่เจ้าหน้าที่เพลี่ยงพล้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความขวัญผวาของคนไทยนั้นเกิดขึ้นท่ามกลางชีวิตที่ต้องแลกด้วยชีวิต

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม