
ดอลลาร์แข็งค่าสุดรอบ4เดือน
เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าสูงสุดรอบ 4 เดือน ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจมะกันสดใส
เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าสูงสุดรอบ 4 เดือน ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจมะกันสดใส
บลูมเบิร์ก ดอลลาร์ สปอต อินเด็กซ์ ดัชนีที่ชี้วัดอัตราแลกเปลี่ยนเงินเหรียญสหรัฐกับ 10 เงินสกุลหลัก ปรับตัวแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. เมื่อวันที่ 17 ม.ค. ที่ระดับ 1,032.84 โดยได้อานิสงส์จากข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมและการสร้างบ้านใหม่ที่ดีขึ้น ซึ่งส่งสัญญาณว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจตัดสินใจชะลอนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีดังกล่าวยังเพิ่มขึ้น 0.8% ปิดที่ระดับ 1,032.39 นับเป็นการปรับแข็งค่ามากที่สุดในรอบสัปดาห์ตั้งแต่เดือน พ.ย.ด้วย
ทั้งนี้ เศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้นตัวในทางบวก ยืนยันได้จากข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 ในเดือน ธ.ค. และยังปรับตัวเพิ่มรายไตรมาสที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2010 ขณะที่ กระทรวงพาณิชย์ระบุว่าจำนวนบ้านใหม่ที่กำลังก่อสร้าง เดือน ธ.ค. ยังอยู่ในอัตราที่แข็งแกร่ง ซึ่งข้อมูลดังกล่าวสามารถชดเชยกับข้อมูลจ้างงานที่อ่อนแอที่มีเพียง 7.4 หมื่นตำแหน่งในเดือน ธ.ค.ได้
“นับเป็นการฟื้นตัวของเงินดอลลาร์ที่น่าประทับใจ หลังตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่เปิดเผยออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วสร้างความผิดหวัง” มาซาฟูมิ ทาคาดะ ผู้อำนวยการของบีเอ็นบาริพาส เอสเอส ในนิวยอร์ก กล่าว พร้อมเสริมว่าการที่ประเทศตลาดเกิดใหม่ยังอยู่ในทิศทางที่อ่อนแอ เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่าขึ้น
ค่าเงินเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้นเมื่อวันที่ 17 ม.ค. ได้ส่งผลให้สกุลเงินอื่นๆ อ่อนค่าลงถ้วนหน้า โดยเงินเหรียญออสเตรเลียอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี ขณะที่เงินลีราของตุรกี เป็นค่าเงินที่มีผลงานย่ำแย่ที่สุดในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยอ่อนค่าแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
นอกจากนี้ เงินเหรียญสหรัฐยังปรับตัวแข็งค่าขึ้น 0.9% แตะระดับ 1.3541 เหรียญสหรัฐต่อยูโร ก่อนจะมาปิดที่ 1.3517 เหรียญสหรัฐต่อยูโร ซึ่งนับเป็นการแข็งค่าที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 26 พ.ย. ขณะที่เงินเหรียญสหรัฐปรับแข็งค่าขึ้น 0.1% ต่อเงินเยนของญี่ปุ่น ไปอยู่ที่ 104.32 เยนต่อเหรียญสหรัฐด้วย
ทั้งนี้ แม้ทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐจะมีแนวโน้มดีขึ้น ทว่าดัชนีตลาดหุ้นวอลสตรีทส่วนใหญ่กลับปรับลดลง จากผลประกอบการของบริษัทอินเทลและเจเนอรัล อิเล็กทริกส์ที่อ่อนแอกว่าที่คาด โดยดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 0.39% ปิดที่ 1,838.7 จุด และดัชนีแนสแด็กปรับลดลง 0.5% ปิดที่ 4,197.58 จุด ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.25% ปิดที่ 16,458.56 จุด







