posttoday
ส่องอุตฯยางพาราศก.ใหม่ลุ่มน้ำโขง

ส่องอุตฯยางพาราศก.ใหม่ลุ่มน้ำโขง

14 มกราคม 2557

ไม่เพียงแต่ในไทย ยางพารายังเป็นพืชเศรษฐกิจที่กำลังมาแรงในประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง ทั้งลาว และกัมพูชา รวมถึงเวียดนาม

โดย...อัฏฐวรรณ ลวณางกูร

ปัจจุบัน ยางพารากลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย มีปลูกในทุกภาคของประเทศ โดยเฉพาะภาคอีสานที่นิยมปลูกกันมากในระยะหลังๆ

ไม่เพียงแต่ในไทย ยางพารายังเป็นพืชเศรษฐกิจที่กำลังมาแรงในประเทศแถบลุ่มแม่น้ำโขง ทั้งลาว และกัมพูชา รวมถึงเวียดนาม ขณะที่ราคายางพาราในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างมาก เนื่องจากความต้องการของจีนที่เป็นผู้บริโภครายใหญ่ลดลง ทำให้ประเทศผู้ปลูกยางพาราต้องหาวิธีปรับตัวโดยเน้นเพิ่มมูลค่า ไม่เช่นนั้นเกษตรกรก็จะเป็นผู้แบกรับผลกระทบ

สุวิทย์ เลาหศิริวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม กล่าวในงานสัมมนา “ยางพารา: เศรษฐกิจใหม่ในลุ่มน้ำโขง” ที่จัดโดยมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ และมูลนิธิโตโยต้า ประเทศไทย ว่า ปัจจุบัน เทรนด์ของโลกใช้ยางแบบสังเคราะห์มากกว่ายางธรรมชาติ แต่ก็ยังมีความต้องการใช้ยางธรรมชาติอยู่ เนื่องจากบางอย่างก็ใช้ยางสังเคราะห์ไม่ได้ ขณะที่ราคายางพาราในปี 2556 ปรับตัวลดลงมาก หลังจากปรับขึ้นมากสุดในปี 2554 จึงต้องจับตาแนวโน้มราคาว่าจะปรับขึ้นหรือไม่ แต่ไม่น่าจะสูงเท่าเดิม

ประเทศในอาเซียนที่ส่งออกยางพารามากสุด คือ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย และเวียดนาม โดยเวียดนามส่งออกเพิ่มขึ้นมาก ขณะที่มาเลเซียทรงตัวและมีแนวโน้มจะลดลง ส่วนไทยและอินโดนีเซียเริ่มส่งออกลดลง

กรณีของไทยและมาเลเซียที่เป็นผู้ส่งออกยางพารารายใหญ่มีความแตกต่างกัน เพราะมาเลเซียเน้นนำยางที่ผลิตได้ไปใช้ต่อยอดผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและราคาสูง แต่ไทยมุ่งส่งออกปริมาณมากๆ ไม่ได้เน้นเพิ่มมูลค่ายาง ซึ่งในอนาคตการต่อยอดเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มจะเป็นทิศทางที่ดีกว่า เพราะไม่ต้องลุ้นกับราคาในตลาดโลก

เมื่อดูการปลูกยางพาราในประเทศเพื่อนบ้าน พบว่า ในปี 2555 เวียดนามปลูกยางพาราในเกือบทุกภาคของประเทศ ปลูกมากสุดในทางตอนใต้คิดเป็นสัดส่วน 57% และปลูกในพื้นที่สูง 26% มีปริมาณการส่งออก 1.02 ล้านตันต่อปี โดยส่งออกไปจีนมากสุด 48.2% แต่โอกาสขยายการปลูกยางพาราในเวียดนามมีน้อย ต้องขยับออกมาหาพื้นที่ปลูกในประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาและลาว

ส่วนกัมพูชาก็ปลูกยางพาราเพิ่มขึ้น จังหวัดที่ปลูกมากสุด คือ กัมปงจาม รัตนคีรี โดยส่วนใหญ่เป็นสัมปทานของนักลงทุนจีน มีการปลูกรายย่อยบ้าง แต่ไม่มากนัก

ขณะที่ลาวปลูกยางพาราทั้งในภาคเหนือ กลาง และใต้ ส่วนใหญ่เป็นการให้สัมปทานแก่นักลงทุนต่างชาติ โดยทางเหนือเป็นสัมปทานของนักลงทุนจีน ภาคกลางเป็นสัมปทานของนักลงทุนไทยและเวียดนาม และภาคใต้เป็นสัมปทานของนักลงทุนเวียดนาม

สำหรับไทยปลูกยางพาราในทุกภาครวมทั้งประเทศ 19 ล้านไร่ และมีการปลูกรายย่อยมากกว่ารายใหญ่ แต่ต้องผ่านขั้นตอนมากกว่าเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านที่สามารถนำผลผลิตใส่รถขนส่งผ่านเวียดนามเข้าไปยังจีนได้เลย รวมทั้งยางพารากลายเป็นพืชการเมืองที่ต้องบริหารจัดการให้ดี

เมื่อเทียบผลผลิตต่อไร่ ในปี 2554 เฉลี่ยทั้งโลกอยู่ที่ 184 กิโลกรัมต่อไร่ ขณะที่ไทยผลิตได้ 262 กิโลกรัมต่อไร่ อินโดนีเซียและมาเลเซีย 143 กิโลกรัมต่อไร่ แต่เวียดนามผลิตได้สูงถึง 275 กิโลกรัมต่อไร่

อุบล อยู่หว้า ผู้ประสานงานเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน มองว่า โครงสร้างการปลูกยางในไทยและอินโดนีเซียที่เน้นรายย่อยมากกว่าให้สัมปทานกับรายใหญ่มีข้อดีกว่า เพราะชาวบ้านจะได้ประโยชน์จากการปลูกยางพารามากกว่า

ขณะที่ภูมิทัศน์ยางพาราไทยเปลี่ยนไปแล้ว โดยปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกยางในภาคอีสาน โฆษณาว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่ไม่มีปัญหา ทำให้ชาวบ้านแห่ปลูก และทำให้ยางพาราเป็นพืชการเมืองที่ส่งเสริมโดยไม่เน้นข้อมูลทางวิชาการ
นี่ส่งผลให้เกิดปัญหา เนื่องจากบางพื้นที่ก็ไม่เหมาะสม เกษตรกรจึงต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงมีปัญหากล้ายางด้อยคุณภาพ และหากกรีดยางในขณะที่ต้นยังเล็กก็จะส่งผลเสียตามมา ทั้งน้ำยางน้อย ไม่ได้คุณภาพ และไม้ไม่โตพอจะขายเป็นไม้แปรรูป

เกษตรกรควรปรับมาเน้นพัฒนาสวนยางอย่างยั่งยืน ค้นหาพืชร่วมยางที่เป็นพืชพื้นถิ่นภาคอีสาน เพื่อสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งต้องอนุรักษ์การปลูกพืชแบบผสมผสาน ควบคุมการใช้สารเคมีไม่ให้ส่งผลต่อวิถีชีวิต และรวมตัวกันในหมู่ชาวสวนยางให้เข้มแข็ง

ภาครัฐก็ต้องส่งเสริมการใช้ยางในประเทศมากขึ้น ไม่เช่นนั้นก็จะผลิตเกินความต้องการ รวมถึงต้องทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงข้อมูลมากขึ้น เช่น สถานการณ์การผลิตในโลก ราคา เพื่อให้เกษตรกรปรับตัวได้อย่างเหมาะสม และต้องจริงจังกับเรื่องยุทธศาสตร์ยางพารา มากกว่าที่โปรโมตเป็นพืชการเมือง

ด้าน สุระชัย สายโรจน์ เกษตรกรผู้เพาะกล้ายาง บอกว่า กล้ายางเป็นเรื่องสำคัญ ไม่เช่นนั้นจะเสียเวลาปลูกและไม่สามารถกรีดน้ำยางได้และต้องโค่นทิ้ง ซึ่งที่ผ่านมาการแจกกล้ายางฟรีของภาครัฐเป็นกล้ายางด้อยคุณภาพ ทำให้เกษตรกรภาคอีสานเป็นผู้รับกรรมในระยะยาว จึงต้องปรับมาเน้นเรื่องคุณภาพมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69